โซลูชันการจัดการแบบ Out-of-Band ของ Lantronix ทำให้มั่นใจได้ถึงการเข้าถึงจากระยะไกลที่ปลอดภัยสำหรับศูนย์ข้อมูลและสถานที่ทำงานที่มีการกระจายข้อมูล

เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการจากระยะไกลของเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และศูนย์ข้อมูลเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้

IRVINE, Calif., July 11, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Lantronix, Inc. (NASDAQ: LTRX) ผู้ให้บริการระดับโลกด้าน Intelligent Edge และโซลูชันการจัดการข้อมูลที่ปลอดภัยสำหรับอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) สำหรับอุตสาหกรรม ได้ประกาศในวันนี้ว่าองค์กรต่างๆ ทั่วโลกต่างใช้โซลูชันการจัดการแบบ Out-of-Band (OOBM) ของตนเพื่อให้มั่นใจถึงการเข้าถึงระยะไกลและการจัดการเครือข่ายศูนย์ข้อมูล

“ช่วงเวลาที่ระบบสามารถใช้งานได้และการรักษาความปลอดภัยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจ การพลาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อกำไรของบริษัท” Paul Pickle, CEO ของ Lantronix กล่าว “ผลิตภัณฑ์การเข้าถึงแบบ Out-of-Band และทางระยะไกลของเราออกแบบมาเพื่อให้การสื่อสารมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่น”

เครือข่ายร้านค้าปลีก: เข้าถึงได้จากระยะไกลตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ค้าปลีกชั้นนำระดับโลกใช้โซลูชัน OOBM ของ Lantronix ในเว็บไซต์ค้าปลีกทั่วโลกเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่สำคัญได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และมั่นใจในช่วงเวลาที่ระบบสามารถใช้งานได้ ด้วยร้านค้าปลีกนับพันร้าน ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ที่มีพนักงานไอทีไม่กี่คนประจำร้านหรือไม่มีเลย โซลูชัน OOBM ของเราช่วยให้ทีมไอทีส่วนกลางสามารถจัดการและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์ข้อมูล: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการเข้าถึงและการจัดการจากระยะไกล

บริษัทซอฟต์แวร์ชั้นนำใช้โซลูชัน OOBM ของ Lantronix ในศูนย์ข้อมูลทั่วโลกเพื่อให้มั่นใจถึงการเข้าถึงระยะไกลและการจัดการเครือข่ายหลักและทรัพยากรระบบ ช่วงเวลาที่สามารถใช้งานระบบได้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลทั่วโลก และเนื่องจากพนักงานอาวุโสมักจะประจำอยู่นอกสำนักงาน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถเข้าถึงและจัดการโครงสร้างพื้นฐานจากระยะไกลได้ตลอดเวลาในทุกสถานการณ์ OOBM ช่วยให้มั่นใจในการควบคุมระยะไกลที่ปลอดภัยสำหรับการซ่อมบำรุงและการบำรุงรักษาขณะที่ช่วยให้ค่าใช้จ่ายทรัพยากรต่ำ นอกจากนี้ยังช่วยให้ฝ่ายบริหารและทีมไอทีรู้สึกอุ่นใจว่าพวกเขาจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สำนักงานสาขา: เพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษาและการจัดการจากระยะไกล

มหาวิทยาลัยชื่อดังใช้โซลูชัน OOBM ของ Lantronix เพื่อรักษาความต่อเนื่องของทรัพยากรระบบในหลายสาขา สถานที่เหล่านี้มีความซับซ้อนในการจัดการ เนื่องจากไม่มีพนักงานไอทีประจำไซต์และมีโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่จำกัดจากผู้จำหน่ายหลายราย การใช้ OOBM ช่วยให้สามารถบำรุงรักษาไซต์เหล่านี้จากระยะไกลได้อย่างปลอดภัยและลดความต้องการการเข้ามาของวิศวกร ทำให้ทีมไอทีขนาดเล็กสามารถตรวจสอบไซต์จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไซต์ระยะไกล: อำนวยความสะดวกในการจัดการที่ตั้งส่วนกลาง

ธนาคารระดับโลกใช้โซลูชัน OOBM ในตู้เอทีเอ็มหลายพันเครื่องเพื่อให้มั่นใจในช่วงเวลาที่สามารถใช้งานได้และความปลอดภัยสำหรับส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย เนื่องจากไซต์เหล่านี้มีปริมาณมากและอยู่ห่างไกลและมีลักษณะที่สำคัญในการทำงาน ธนาคารจึงใช้ OOBM ในการอนุญาตให้ทีมไอทีที่อยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางสามารถจัดการ ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้นได้เมื่อเกิดขึ้น ซึ่งช่วยให้มั่นใจถึงเวลาใช้งานสูงสุด ลดความจำเป็นในการจัดการตู้เอทีเอ็มถึงที่ และลดเวลาทางวิศวกรรม

“โซลูชันการจัดการแบบ Out-of-Band อันล้ำสมัยของ Lantronix ใช้งานในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การค้าปลีกและการเงินไปจนถึงเทคโนโลยีและการศึกษาในระดับสูง ช่วยให้ทีมไอทีจากส่วนกลางสามารถจัดการสถานที่หลายพันแห่งจากระยะไกลได้อย่างปลอดภัยเพื่อรับประกันโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่สำคัญ” Jonathan Shipman รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ที่ Lantronix กล่าว “แพลตฟอร์ม SaaS แบบ Single Pane of Glass ของเรา เมื่อรวมกับ ConsoleFlow จะทำให้ตรวจสอบและจัดการกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของขนาดและความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของการนำไปใช้ในวันใหม่ของลูกค้าได้ง่ายกว่าที่เคย”

โซลูชันการจัดการแบบ Out-of-Band ของ Lantronix

โซลูชันศูนย์ข้อมูล: โซลูชันการจัดการแบบ In-Band และ Out-of-Band ของ Lantronix สำหรับอุปกรณ์ไอทีในศูนย์ข้อมูล, เครือข่าย Edges, ตำแหน่งที่อยู่ร่วมกัน, ไซต์ที่ห่างไกล, สำนักงานสาขา และห้องปฏิบัติการทดสอบทางวิศวกรรม ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายเมื่อเครือข่ายหลักหยุดทำงาน

โซลูชันสำนักงานสาขา/การจัดการระยะไกล: โซลูชันการจัดการสำนักงานสาขาของ Lantronix ให้ความสามารถในการมองเห็นภาพรวมและการควบคุมอุปกรณ์ไอทีในสำนักงานสาขาและไซต์ระยะไกลได้แบบเรียลไทม์อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะมีความต่อเนื่องทางธุรกิจในระหว่างการหยุดทำงานของเครือข่ายที่ไม่ได้วางแผนและการโจมตีความปลอดภัยทางไซเบอร์

เกี่ยวกับ Lantronix 

Lantronix, Inc. เป็นผู้ให้บริการระดับโลกด้านบริการวิศวกรรม ฮาร์ดแวร์ และโซลูชันซอฟต์แวร์สำหรับ Edge Computing, อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และการจัดการแบบ Out-of-Band (OOBM) Lantronix ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำเสนอ IoT Intelligent Edge และโซลูชัน OOBM ที่เชื่อถือได้และปลอดภัยพร้อมกับเร่งเวลาการออกสู่ตลาด ผลิตภัณฑ์และบริการของ Lantronix ทำให้การสร้าง การพัฒนา การใช้งาน และการจัดการโครงการ IoT ง่ายดายขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ให้คุณภาพ ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชันต่างๆ

ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วสามทศวรรษในการสร้างเทคโนโลยี IoT และโซลูชัน OOBM ที่แข็งแกร่ง Lantronix เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมที่จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น และสามารถรับรู้ถึงความเป็นไปได้ของอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่งได้ โซลูชันของ Lantronix มีการใช้งานภายในเครื่องจักรนับล้านเครื่องที่ศูนย์ข้อมูล สำนักงาน และไซต์งานระยะไกล ซึ่งให้บริการในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย รวมถึงด้านพลังงาน เกษตรกรรม การแพทย์ การรักษาความปลอดภัย การผลิต การจัดจำหน่าย การขนส่ง การค้าปลีก การเงิน สิ่งแวดล้อม และรัฐบาล

Lantronix มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.lantronix.com

เรียนรู้เพิ่มเติมที่บล็อกของ Lantronix www.lantronix.com/blog ที่มีการอภิปรายและการอัปเดตด้านอุตสาหกรรม สำหรับการติดตาม Lantronix บน Twitter โปรดไปที่ www.twitter.com/Lantronix ดูไลบรารีวิดีโอของเราบน YouTube ได้ที่ www.youtube.com/user/LantronixInc หรือติดต่อกับเราบน LinkedIn ได้ที่ www.linkedin.com/company/lantronix

แถลงการณ์ “Safe Harbor” ภายใต้กฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 1995: แถลงการณ์ใดๆ ที่ระบุไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่เนื้อหาทางประวัติศาสตร์และข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อความที่เกี่ยวข้องกับโซลูชันและเทคโนโลยีของเรา เป็นข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต ข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตนี้อ้างอิงจากการคาดการณ์ในปัจจุบันของเราและอาจอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจก่อให้เกิดผลประกอบการที่แท้จริงของเรา ธุรกิจในอนาคต สถานะทางการเงินหรือผลการดำเนินงานที่แตกต่างอย่างมากจากผลประกอบการในอดีตของเรา คำสั่งที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์นี้หรือที่กล่าวโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยในข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตใดๆ ที่ปรากฏอยู่ในข่าวเผยแพร่นี้ ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงปัจจัยต่างๆ เช่น ผลกระทบจากสภาวะทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและทั่วโลกที่ส่งผลกระทบในทางลบหรือแย่ลงหรือส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนในตลาดในธุรกิจของเรา รวมถึงผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าของเรา ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อพนักงานของเรา ห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่การกระจายสินค้า และเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย กฎระเบียบ และภาษีของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและกฎหมายต่างประเทศที่บังคับใช้ ความสามารถของเราในการใช้กลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการของเราสำเร็จหรือรวมบริษัทที่ได้มา ความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองสิทธิบัตรและสิทธิในทรัพย์สินอื่นๆ ระดับของหนี้สินของเราความสามารถของเราในการให้บริการหนี้ของเราและข้อจำกัดในสัญญาหนี้ของเรา และปัจจัยเพิ่มเติมใดๆ ที่รวมอยู่ในรายงานประจำปีของเราในแบบฟอร์ม 10-K สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2019 ซึ่งยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“SEC”) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2019 รวมถึงในหัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” ในข้อ 1A ของส่วนที่ 1 ของรายงานดังกล่าวรวมถึงในเอกสารที่เรายื่นต่อสาธารณะอื่นๆ กับ SEC อาจมีการระบุปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมเป็นครั้งคราวในเอกสารที่เรายื่นในอนาคต ข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตที่รวมอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จะกล่าวถึง ณ วันที่ในที่นี้ และเราไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ในการปรับปรุงข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตเหล่านี้เพื่อสะท้อนเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ตามมา

ติดต่อด้านสื่อ Lantronix: 
Gail Kathryn Miller
ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและ
สื่อสารองค์กร
media@lantronix.com
949-453-7158

ติดต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุน Lantronix:       
Jeremy Whitaker
หัวหน้าฝ่ายการเงิน
investors@lantronix.com
949-450-7241

ฝ่ายขายของ Lantronix:
sales@lantronix.com
อเมริกา +1 (800) 422-7055 (สหรัฐอเมริกาและแคนาดา) หรือ +1 949-453-3990
ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา +31 (0)76 52 36 744
เอเชียแปซิฟิก + 852 3428-2338
จีน + 86 21-6237-8868
ญี่ปุ่น +81 (0) 50-1354-6201
อินเดีย +91 994-551-2488

© 2020 Lantronix, Inc. สงวนลิขสิทธิ์ Lantronix เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนและ EMG และ SLC เป็นเครื่องหมายการค้าของ Lantronix Inc. เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าอื่นๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

Biotalys แต่งตั้ง Wim Ottevaere ให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตระดับโลก

เสริมความแข็งแกร่งทีมผู้บริหารด้วยความเป็นผู้นำด้านการเงินระหว่างประเทศ

เกนต์, เบลเยี่ยมและ RESEARCH TRIANGLE PARK, N.C., July 10, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Biotalys NV บริษัทด้านการปกป้องอาหารและพืชผลที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ วันนี้ได้ประกาศแต่งตั้ง Wim Ottevaere เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Wim เข้าร่วมทีมผู้บริหารและจะประจำการอยู่ที่เกนต์ เขาจะเป็นผู้นำด้านการเงินเชิงกลยุทธ์และจะมุ่งเน้นที่การสนับสนุนองค์กรในการจัดงานอีเว้นท์ด้านการเงินครั้งต่อไป

Wim มีประสบการณ์ในบทบาททางการเงินเชิงกลยุทธ์มากกว่า 40 ปี โดยได้เพิ่มมูลค่าเกือบ €1 พันล้านยูโรให้กับบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพหลายบริษัทในตลาดต่างๆ เขาประสบความสำเร็จในการนำบริษัทเอกชนเข้าสู่ตลาดสาธารณะในยุโรป (Euronext) และสหรัฐอเมริกา (Nasdaq) และมีเครือข่ายผู้ลงทุนและสถาบันการเงินทั่วโลกที่กว้างขวาง

นอกเหนือจากบทบาทใหม่ของเขาที่ Biotalys แล้ว Wim ยังจะทำหน้าที่เป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารให้กับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพหลายบริษัทต่อไป ก่อนเข้าร่วม Biotalys เขาได้รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Ablynx จนถึงเดือนกันยายน 2018 ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำของเบลเยี่ยมที่จดทะเบียนใน Euronext Brussels และ Nasdaq จนกระทั่งเข้าซื้อกิจการของ Sanofi ในเดือนมิถุนายน 2018 ด้วยมูลค่า €3.9 พันล้านยูโร ก่อนหน้านั้น เขาเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินของ Innogenetics (ตอนนี้เป็น Fujirebio Europe) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่จดทะเบียนใน Euronext Brussels ในขณะนั้น Wim ได้ดำรงตำแหน่งที่หลากหลายด้านการเงินและการบริหารจัดการก่อนที่จะเข้าทำงานให้กับ Innogenetics Wim สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจจาก University of Antwerp ประเทศเบลเยี่ยม

“ขณะที่เราเตรียมพร้อมที่จะนำสารฆ่าเชื้อราชีวภาพรุ่นแรกออกสู่ตลาดในปี 2022 Wim Ottevaere ทำให้ทีมผู้บริหารของเราสมบูรณ์และมอบความเชี่ยวชาญทางการเงินที่ Biotalys ต้องการเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเรา ผมหวังว่าจะได้รับข้อมูลเชิงกลยุทธ์จากเขาในขณะที่เราสร้างอนาคตของ Biotalys ในการปกป้องพืชผลและอาหารทั่วโลก” Patrice Sellès, CEO ของ Biotalys กล่าว

Wim Ottevaere, CFO ของ Biotalys กล่าวเสริมว่า “Biotalys มีแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มที่ดีและไปป์ไลน์ผลิตภัณฑ์ที่กว้างขวางครอบคลุมทั้งโรคพืชและการป้องกัน การเข้าร่วมกับ Biotalys ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นของการเติบโตขององค์กร ผมหวังว่าจะได้ร่วมงานกับทีมผู้บริหารที่เหลือเชื่อเพื่อช่วย นำทาง Biotalys สู่การเดินทางขั้นถัดไปในฐานะผู้เล่นเชิงพาณิชย์ระดับนานาชาติ”

เกี่ยวกับ Biotalys
Biotalys คือบริษัทด้านการป้องกันอาหารและพืชผลที่กำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกำลังพัฒนาโซลูชันไบโอคอนโทรลที่ใช้โปรตีนรุ่นใหม่ เพื่อการกำหนดอนาคตของการจัดหาอาหารที่ยั่งยืนและปลอดภัย

ด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอันล้ำสมัย Biotalys ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่มอบการจัดการศัตรูพืชและโรคพืชสำคัญตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ตั้งแต่จากบนดินจนถึงในจาน การผสานรวมคุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพสูงและความสอดคล้องของสารเคมีเข้ากับโปรไฟล์ความปลอดภัยที่สะอาดของสารชีวภาพ Biotalys ได้มอบสารป้องกันพืชผลที่เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว BioFun-1 ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อราชีวภาพชั้นนำของ Biotalys ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพต่อศัตรูพืชที่สำคัญ เช่น โรคราสีเทา (Botrytis Cinerea) และโรคราแป้งในการทดลองปลูกผักและผลไม้ทั่วโลก บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อยื่นเอกสารการจดทะเบียนในภายหลังในปี 2020 และคาดว่าจะเปิดตัว BioFun-1 ในสหรัฐอเมริกาในปี 2022 ตามด้วยการเปิดตัวกับตลาดทั่วโลก

Biotalys ก่อตั้งในปี 2013 โดยแยกออกจาก VIB (Flanders Institute for Biotechnology) และได้สร้างมูลค่าจำนวน €61 ล้าน ($66 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จนถึงปัจจุบันจากนักลงทุนต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญ บริษัทตั้งอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพในเมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.biotalys.com

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

Marieke Vermeersch
ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารองค์กร Biotalys
โทร: +32 (0)479 490 603
อีเมล: marieke.vermeersch@biotalys.com

Erica Camilo
Connexa Communications for Biotalys
โทร: +1 (610) 639 5644
อีเมล: erica@connexacommunications.com

Komet Announces Shares for Debt Transaction

MONTREAL, July 09, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Komet Resources Inc. (“Komet” or the “Corporation”) (TSX-V : KMT) announces today that its board of directors has approved the settlement of $2,556,718 of debts through the issuance of common shares of the Corporation (the “Debt Settlement“). Pursuant to the Debt Settlement, the Corporation would issue 21,305,983 common shares at a deemed price of $0.12 per share to a creditor, which is a director and an officer of the Corporation.

The Corporation has currently no liquidities to repay such debts.

The creditor eligible to receive common shares as part of the shares for debt transaction is considered a “related party” of the Corporation within the meaning of Multilateral Instrument 61-101 – Protection of Minority Security Holders in Special Transactions (“MI 61-101”). The shares for debt transaction is exempt from the valuation requirement and the minority approval requirement prescribed in MI 61-101 based on the fact that the fair market value of the related party participation in the shares for debt transaction does not exceed 25% of the Corporation’s market capitalization.

Shares issued as part of the shares for debt transaction will be subject to a statutory four-month hold period until November 10, 2020.

The issuance of the shares is subject to receipt of the approval of the TSX Venture Exchange.

Investor Relations/information:

Mr. Robert Wares, Chairman and interim President:  514-951-4235 / r.wares@kometgold.com

Neither TSX Venture Exchange nor its Regulation Services Provider (as that term is defined in policies of the TSX Venture Exchange) accepts responsibility for the adequacy or accuracy of this release.

Lantronix Out-of-Band Management Solutions Ensure Secure Remote Access for Data Centers and Distributed Workplaces

Streamline remote management of network, server and data centers to securely and reliably ensure business continuity

IRVINE, Calif., July 09, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Lantronix, Inc. (NASDAQ: LTRX), a global provider of intelligent edge and secure data management solutions for the Industrial Internet of Things (IoT), today announced that its Out-of-Band Management (OOBM) solutions are being used by organizations worldwide to ensure secure remote access and management of global networks and data centers.

“System uptime and security are critical to business success. A lapse in either of these can be a significant hit to a company’s bottom line,” said Paul Pickle, CEO of Lantronix. “Designed to keep communications secure, our out-of-band and remote access products are key components of a resilient architecture.”

Retail Chain: Enable 24/7 Remote Access

A leading global grocery retailer uses Lantronix’s OOBM solutions in retail sites globally to ensure 24×7 access to critical network infrastructure and to ensure uptime. With thousands of retail outlets, large and small, with few or no IT staff on site, our OOBM solution enables the centralized IT team to more efficiently manage and maintain its critical network infrastructure.

Data Center: Ensure Remote Access and Management

A leading software company uses Lantronix’s OOBM solutions in its global data center footprint to ensure remote access and management of key network and systems resources. Uptime is critical for its data center operations worldwide, and with its senior staff often located offsite, it is important to ensure that they can remotely access and manage infrastructure at all times, in all situations. OOBM ensures secure remote control for maintenance and upkeep while maintaining a low resource overhead. It also gives its management and IT team peace of mind knowing they will have access in emergency situations.

Branch Offices: Empower Remote Maintenance and Management

A major university uses Lantronix’s OOBM solutions to maintain continuity to system resources across its multiple branch locations. Complicated to manage, these locations have no IT staff on site and limited network infrastructure from multiple vendors. Using OOBM allows for secure remote maintenance of these sites and reduces the need for any engineer visits, enabling a small IT team to efficiently monitor a large number of sites.

Remote Sites: Facilitate Centrally Located Management

A global bank uses OOBM solutions across thousands of ATMs to ensure uptime and security for this key part of its network infrastructure. Due to the large volume and remote locations of these sites and the critical nature of their function, the bank relies on OOBM to allow a centrally located IT team to manage, monitor and ultimately fix any problems that arise. This ensures maximum uptime, reduces the need for onsite ATM management and cuts engineering time.

“Used in a variety of industries ranging from retail and financial to technology and higher education, Lantronix’s innovative Out-of-Band Management solutions empower centralized IT teams to securely and remotely manage thousands of locations to ensure uptime of critical network infrastructure,” said Jonathan Shipman, VP of Strategy at Lantronix. “When coupled with ConsoleFlow, our single pane of glass SaaS platform, it is easier than ever before to monitor and manage the growing complexity of scale and geographical diversity of our customer’s modern day deployments.”

Lantronix’s Out-of-Band Management Solutions

Data Center Solutions: Lantronix’s in-band and out-of-band management solutions for IT equipment in data centers, network edges, co-locations, remote sites, branch offices and engineering test labs, providing an alternative path to network devices when the primary network is down.

Branch Office/Remote Management Solutions: Lantronix’s branch office management solutions provide real-time visibility and control over branch office and remote site IT equipment securely and quickly allowing ensuring business continuity during unplanned network outages and cyber security attacks.

About Lantronix 

Lantronix, Inc. is a global provider of engineering services, hardware, and software solutions for Edge Computing, the Internet of Things (IoT), and Out-of-Band Management (OOBM). Lantronix enables its customers to provide reliable and secure IoT Intelligent Edge and OOBM solutions while accelerating time to market. Lantronix’s products and services dramatically simplify the creation, development, deployment, and management of IoT projects while providing quality, reliability and security across hardware, software, and solutions.

With three decades of proven experience in creating robust IoT technologies and OOBM solutions, Lantronix is an innovator in enabling its customers to build new business models, leverage greater efficiencies and realize the possibilities of the Internet of Things. Lantronix’s solutions are deployed inside millions of machines at data centers, offices, and remote sites serving a wide range of industries, including energy, agriculture, medical, security, manufacturing, distribution, transportation, retail, financial, environmental and government.

Lantronix is headquartered in Irvine, California. For more information, visit www.lantronix.com.

Learn more at the Lantronix blog, www.lantronix.com/blog, featuring industry discussion and updates. To follow Lantronix on Twitter, please visit www.twitter.com/Lantronix. View our video library on YouTube at www.youtube.com/user/LantronixInc or connect with us on LinkedIn at www.linkedin.com/company/lantronix.

“Safe Harbor” Statement under the Private Securities Litigation Reform Act of 1995: Any statements set forth in this news release that are not entirely historical and factual in nature, including without limitation statements related to our solutions and technologies, are forward-looking statements. These forward-looking statements are based on our current expectations and are subject to substantial risks and uncertainties that could cause our actual results, future business, financial condition or performance to differ materially from our historical results or those expressed or implied in any forward-looking statement contained in this news release. The potential risks and uncertainties include, but are not limited to, such factors as the effects of negative or worsening regional and worldwide economic conditions or market instability on our business, including effects on purchasing decisions by our customers; the impact of the COVID-19 outbreak on our employees, supply and distribution chains, and the global economy; cybersecurity risks; changes in applicable U.S. and foreign government laws, regulations, and tariffs; our ability to successfully implement our acquisitions strategy or integrate acquired companies; difficulties and costs of protecting patents and other proprietary rights; the level of our indebtedness, our ability to service our indebtedness and the restrictions in our debt agreements; and any additional factors included in our Annual Report on Form 10-K for the fiscal year ended June 30, 2019, filed with the Securities and Exchange Commission (the “SEC”) on September 11, 2019, including in the section entitled “Risk Factors” in Item 1A of Part I of such report, as well as in our other public filings with the SEC. Additional risk factors may be identified from time to time in our future filings. The forward-looking statements included in this release speak only as of the date hereof, and we do not undertake any obligation to update these forward-looking statements to reflect subsequent events or circumstances.

Lantronix Media Contact: 
Gail Kathryn Miller
Corporate Marketing &
Communications Manager
media@lantronix.com
949-453-7158

Lantronix Analyst and Investor Contact:       
Jeremy Whitaker
Chief Financial Officer
investors@lantronix.com
949-450-7241

Lantronix Sales:
sales@lantronix.com
Americas +1 (800) 422-7055 (US and Canada) or +1 949-453-3990
Europe, Middle East and Africa +31 (0)76 52 36 744
Asia Pacific + 852 3428-2338
China + 86 21-6237-8868
Japan +81 (0) 50-1354-6201
India +91 994-551-2488

© 2020 Lantronix, Inc. All rights reserved. Lantronix is a registered trademark, and EMG, and SLC are trademarks of Lantronix Inc. Other trademarks and trade names are those of their respective owners.

Philips and BioIntelliSense form strategic collaboration to enhance remote patient monitoring for at-risk patients from the hospital into the home

July 9, 2020

  • Philips integrates the BioIntelliSense FDA-cleared BioSticker™ sensor as part of its remote patient monitoring solutions for patients outside the hospital
  • Multi-parameter sensors aid monitoring across multiple chronic conditions with medical-grade vital signs for physicians to remotely track core symptoms, including COVID-19  

Amsterdam, the Netherlands – Royal Philips (NYSE: PHG, AEX: PHIA), a global leader in health technology, today announced it has formed a strategic collaboration with BioIntelliSense, a continuous health monitoring and clinical intelligence company, to integrate its BioSticker™ medical device into Philips’ remote patient monitoring (RPM) offering to help monitor at-risk patients from the hospital into the home.  With the addition of multi-parameter sensors, Philips’ solutions can enhance how clinicians monitor patient populations living with chronic conditions – including diabetes, cancer, congestive heart failure and more –  in their homes with passive monitoring of key vital signs, physiological biometrics and symptomatic events via a discreet wearable patch for monitoring up to 30 days.

Remote patient monitoring and telehealth-enabled clinical programs offer care teams a sustainable and scalable way to manage patient populations with chronic or complex conditions at home, and plays a key role in supporting care for COVID-19 patients who do not require hospitalization. By regularly transmitting patient data that can provide critical insights into a patient’s condition, the collaboration will empower care teams in the U.S. with a more holistic patient view and the ability to intervene earlier before adverse events occur.  With single-use sensors and patient-owned technology supporting remote monitoring, care teams can also help reduce the need for clinicians and patients to interact in person.

“With more patients interacting with their doctors from home and more hospitals developing strategies to virtually engage with their patients, remote patient monitoring is now, more than ever, an essential tool,” said Roy Jakobs, Chief Business Leader Connected Care, member of the Executive Committee at Royal Philips. “Building on Philips’ global leadership in patient monitoring, which includes an extensive suite of advanced monitoring solutions, platforms and sensors, this is the latest example of our capability to allow more seamless, cloud-based data collection across multiple settings from the home to the hospital and back into the home. Patient data, coupled with our clinically differentiated and leading AI-powered technology, quantifies the data into relevant actionable insights to help detect deterioration trends and support care interventions – all while outside the walls of the hospital.”

Wireless, secure data transfer of key vital signs
The BioSticker is a single-use, FDA-cleared 510k class II wearable medical device to enable at-home continuous passive monitoring with minute level data across a broad set of vital signs, physiological biometrics and symptomatic events (skin temperature, resting heart rate, resting respiratory rate, body position, activity levels, cough frequency) on a single device for thirty-days. Symptoms, including those directly associated with COVID-19 such as temperature and respiratory rate, can be remotely monitored in confirmed cases of Coronavirus and also for those patients not sick enough to be hospitalized, or those suspected of having COVID-19. In addition to COVID-19, the BioSticker device will help transform the way clinicians monitor and manage patients living with chronic conditions from the home.

“Multi-parameter sensors are the natural next phase for remote monitoring, especially at a time when more patients are engaging with their physicians from home,” said James Mault, MD, Founder and Chief Executive Officer of BioIntelliSense. “Clinicians need medical grade monitoring and algorithmic clinical insights for COVID-19 exposure, symptoms and management. Accelerated by the COVID-19 crisis, the practice of medicine has been irreversibly enlightened as to the safety and efficacy of virtual care. Philips is a demonstrated leader in remote patient monitoring, and we look forward to BioIntelliSense’s technology  playing an integral role in simplifying and enhancing outcomes for patients and their doctors.”

Healthcare Highways first to leverage BioSticker as a part of Philips’ RPM solutions
Healthcare Highways, a leading provider of health plans, high performance provider networks, pharmacy benefit management, population health management, and benefit plan administration, is the first to leverage the BioSticker sensor as a part of Philips’ RPM program in the U.S. Out of the seven programs that will be deployed with Healthcare Highways, one will focus specifically on monitoring patients with COVID-19. The remaining six will focus on conditions across the acuity spectrum, including patients with congestive heart failure, hypertension, diabetes, total joint replacement, cancer and asthma. The program will help Healthcare Highways improve insights to patient health status across its provider network.

“Healthcare Highways was built on the idea of delivering measurable value and access to quality care to our members. We work in partnership with our providers to innovate on the care model, and look at Remote Patient Monitoring as the next frontier of how providers will connect with patients,” said Creagh Milford, DO, MPH, Chief Medical Officer of Healthcare Highways and Chief Executive Officer of HighCare Health. “COVID-19 has underscored the need for proactive care management. Resources are strained and by integrating an RPM program with biosensor technology, we’ll be able to drive further value for our unique member base, providers and employers to establish a new way of care delivery.”

Philips’ remote patient monitoring offerings are part of the company’s broader Population Health Management portfolio, which provides a comprehensive and proactive healthcare delivery strategy to connect clinicians, providers and patients for ongoing care. By combining technology and data-driven population management with clinical expertise and a proven programmatic approach, Philips supports the delivery of telehealth services for programs in and out of the hospital to provide connected, patient-centered care across the health continuum.

For further information, please contact:

Kathy O’Reilly
Philips Global Press Office
Tel: +1 978 221 8919
Email: Kathy.oreilly@philips.com
Twitter: @kathyoreilly

About Royal Philips

Royal Philips (NYSE: PHG, AEX: PHIA) is a leading health technology company focused on improving people’s health and enabling better outcomes across the health continuum from healthy living and prevention, to diagnosis, treatment and home care. Philips leverages advanced technology and deep clinical and consumer insights to deliver integrated solutions. Headquartered in the Netherlands, the company is a leader in diagnostic imaging, image-guided therapy, patient monitoring and health informatics, as well as in consumer health and home care. Philips generated 2019 sales of EUR 19.5 billion and employs approximately 81,000 employees with sales and services in more than 100 countries. News about Philips can be found at www.philips.com/newscenter.

About BioIntelliSense
BioIntelliSense is ushering in a new era of continuous health monitoring and clinical intelligence for Remote Patient Monitoring (RPM). Its medical-grade Data-as-a-Service (DaaS) platform seamlessly captures minute-to-minute vital signs, physiological biometrics and symptomatic events through an effortless patient experience. For more information on how BioIntelliSense is redefining remote patient monitoring through medical-grade and cost-effective data services, please visit our website at BioIntelliSense.com.

Attachments

Nearly 300 citizens brought home from Russia

 

Vietnamese authorities, representative agencies in Russia and national flag carrier Vietnam Airlines have worked together with Russian agencies to bring nearly 300 Vietnamese citizens home on July 8-9.

 

The passengers included children, with many of them being under two years old, the elderly, the ill, pregnant women, workers with expired labour contracts, stranded tourists and students who finished their studies.

 

The Vietnamese Embassy had closely worked with local authorities to help the citizens travel from Vladivostok, Ekaterinburg, Saint Petersburg and other localities to Moscow airport. It also sent staff to the airport to assist them.

 

Strict security and safety measures were enforced during the flight to protect passengers’ health and prevent the spread of the disease.

 

Immediately after the flight landed at Can Tho International Airport, all passengers and crew members were given health check and quarantined in line with regulations.

 

Under the Prime Minister’s direction, domestic authorities and Vietnam’s overseas representative offices will arrange more flights to take Vietnamese citizens home, depending on the citizens’ need and the country’s quarantine capacity.

 

Source: Vietnam News Agency

 

Traffickers of large heroin amount arrested in Dien Bien

The police in the northern province of Dien Bien in collaboration with other forces have raided a drug trafficking ring involving three suspects and 54 bricks of heroin (nearly 19 kg).

 

In late July 7, the police arrested a man who was illegally trading the heroin in Tin Toc village, Muong Tung commune, Muong Cha district of Dien Bien.

 

Expanding the case, the police then seized two other men, along with one automobile, one motorbike and six cell phones.

 

According to the police, one month ago, they discovered the trans-provincial and trans-national drug trafficking ring with a large amount of heroin traded from Laos to Dien Bien through Lai Chau and Lao Cai before being sold to a third country.

 

The case is under further investigation.

 

Source: Vietnam News Agency