Daily Archives: January 10, 2020

VistaJet World ขอเสนอ: การผจญภัยแบบญี่ปุ่นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อเฉลิมฉลองวันตรุษจีน

ฮ่องกง, Jan. 10, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — VistaJet World ขอเสนอ: การผจญภัยแบบญี่ปุ่นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อเฉลิมฉลองวันตรุษจีน

ฮ่องกง, 9 มกราคม 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีหนู VistaJet บริษัทการบินส่วนบุคคลระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวได้เปิดตัวการผจญภัยแบบญี่ปุ่นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ VistaJet World ซึ่งเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่หลากหลายไม่เหมือนใครในโลก

VIstaJet World: Masters of Japan

นักท่องเที่ยวทั่วเอเชียจะเดินทางข้ามฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองวันตรุษจีนในเดือนมกราคมนี้และประเทศญี่ปุ่นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดของปีนี้ตั้งแต่การค้นพบความลับของซูโม่ในโตเกียวไปจนถึงความเงียบสงบของเมืองชนบทคารุอิซาวะวัฒนธรรมเกอิชาของเกียวโตและประเพณีในประเทศในโออิตะประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใครของ VistaJet ซึ่งได้รับการปรับแต่งเพื่อประสบการณ์อันแสนวิเศษและถ่องแท้ของญี่ปุ่นซึ่งจะฟื้นฟูจิตใจร่างกายและจิตวิญญาณ

โตเกียว

บินกับ VistaJet จากทุกที่ในโลกได้ตลอดเวลาเพื่อเริ่มต้นการผจญภัยแบบญี่ปุ่นกับนักปล้ำซูโม่ชั้นนำของโลกในกรุงโตเกียวทำความรู้จักกับแชมป์ของปีนี้ในระหว่างช่วงอาหารค่ำและค้นพบความลับสู่ความสำเร็จในกีฬาญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใครนี้ก่อนที่จะดูพวกเขาแข่งขันบนเวทีเรียนรู้วิถีของซามูไรโดยการเรียนการต่อสู้ด้วยดาบกับ Tetsuro Shimaguchi นักออกแบบการแสดงจากหนังเรื่อง Kill Bill สำหรับผู้ที่รักในอาหารกระตุ้นต่อมรับรสของคุณด้วยการเยี่ยมชมตลาดปลาซึกิจิในตอนเช้าของโตเกียวซึ่งนำโดยหัวหน้าพ่อครัวท้องถิ่นเพื่อลิ้มลองอาหารชั้นเลิศของญี่ปุ่น

คารุอิซาวะ

VistaJet Global 6000

การเดินทางระยะทางสั้นๆจากโตเกียวสู่เมืองคารุอิซาวะอันงดงามซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่มีเสน่ห์แม่น้ำที่ไหลรินและหมู่บ้านรอบๆที่งดงามดั่งภาพวาด Shishi-iwa House –โรงแรมบูติกที่ออกแบบโดย Shigeru Ban สถาปนิกที่ได้รับรางวัล Pritzker พร้อมต้อนรับลูกค้าจาก VistaJet ระหว่างวันที่ 17 มกราคมถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์เพื่อรับบริการที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษณสถานที่ที่ได้รับการบูรณะที่เพิ่งเปิดใหม่อาบน้ำกลางป่าที่น้ำตก Sengataki และจิบไวน์ท้องถิ่นจากนากาโน่, วิสกี้จากคารุอิซาวะหรือชา 10 ชนิดของภูมิภาคดื่มด่ำกับคอลเล็กชันงานศิลปะอันงดงามของ Shishi-iwa House รวมถึงผลงานต้นฉบับโดยอาจารย์ Gutai ชาวญี่ปุ่นและนักศิลปะเอ๊กซ์เพรสชั่นนิสม์นามธรรมเช่น Jiro Yoshihara, Toshimitsu Imai, Zao Wou-Ki และGünther Förg

เกียวโต

ในเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเยี่ยมชมผู้ผลิตสิ่งทอ Nishijin ที่ดีที่สุดเพื่อดูวิธีการสร้างชุดกิโมโนที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคนิคที่ใช้มายาวนานกว่า 1,200 ปีสัมผัสประสบการณ์อาหารค่ำแบบเกอิชาและพิธีชงชาด้วยผู้ชำนาญด้านชาและเครื่องหอมรายล้อมท่ามกลางต้นซากุระอันโด่งดังของมารุยามะโคเอ็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโต

โออิตะ

สัมผัสประสบการณ์นอกเส้นทางอันคึกคักบนเกาะคิวชูทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นที่ตั้งของเมืองโออิตะซึ่งเป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อนมากกว่าที่อื่นในประเทศบ่อออนเซ็นเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีชีวิตชีวาผ่านเทศกาลเก็บเกี่ยวท้องถิ่นมากมายร่วมกันปลูกข้าวกับชาวบ้านในทุ่งนาพร้อมกับร้องเพลงที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนจากนั้นชมการแสดง Kagura ซึ่งเป็นการแสดงละครอันเก่าแก่ที่อุทิศแด่เหล่าทวยเทพ

“ญี่ปุ่นได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับลูกค้าชาวเอเชียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนเราได้เห็นการเติบโตในระดับเลขสองหลักแบบปีต่อปีทั้งในตลาดจีนและญี่ปุ่นในไตรมาสที่สามของปี 2019 ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ VistaJet World นำสุดยอดประสบการณ์แบบญี่ปุ่นนี้มามอบให้กับลูกค้าสำหรับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน” Ian Moore หัวหน้าเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ของ VistaJet กล่าว

“สมาชิก VistaJet ไม่เพียงแต่จะได้รับการประกันในการใช้บริการของเครื่องบินในช่วงฤดูการท่องเที่ยวสูงสุดและจ่ายเพียงชั่วโมงบินเท่านั้นแต่ยังได้เพลิดเพลินกับการเข้าถึงประสบการณ์ส่วนบุคคลที่เหลือเชื่อที่สุดของโลกพร้อมกับบริการที่เหนือกว่าของ VistaJet” Moore กล่าวเสริม

มีการเดินทางที่น่าตื่นเต้นอีกมากมายที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับสมาชิกโดย VistaJet Worldตั้งแต่การติดตามเส้นทางของสุริยุปราคาทั่วทะเลทราย Atacama ของชิลีไปจนถึงทัวร์จิบไวน์สุดพิเศษของอาร์เจนตินาดำดิ่งสู่ความสับสนและสีสันที่เลียนแบบไม่ได้ของอินเดียหรือเข้าร่วมแนวหน้าต่อต้านการรุกล้ำของซาฟารีในแอฟริกาใต้และมาดากัสการ์โดยเส้นทางการเดินทางอันน่าตื่นเต้นของ VistaJet Worldจะนำเสนอบริการที่ตอบสนองสุดยอดการผจญภัยในแบบของแต่ละคน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VistaJet Worldโปรดไปที่ https://www.vistajet.com/privateoffice

ติดต่อด้านสื่อ
Amy Yang
VistaJet
โทร: +852 2901 0502
amy.yang@vistajet.com

Angela Wong
CatchOn
โทร: +852 -2807 0600
angela.wong@catchonco.com

เกี่ยวกับ VistaJet
VistaJet เป็นบริษัทธุรกิจการบินระดับโลกเพียงแห่งแรกและแห่งเดียวที่มีฝูงบินที่ประกอบด้วยเครื่องบินธุรกิจสีเงินและสีแดงกว่า 70 ลำโดย VistaJet ให้บริการทางการบินแก่ลูกค้าต่างๆไม่ว่าจะเป็นองค์กรรัฐบาลและเอกชนสำหรับการเดินทางไปยัง 187 ประเทศซึ่งครอบคลุม 96% ของโลกบริษัทก่อตั้งในปี 2004 โดยบริษัทได้บุกเบิกนวัตกรรมโมเดลทางธุรกิจแบบใหม่ที่จะให้ลูกค้าสามารถเข้าใช้งานเครื่องบินได้ทั้งลำโดยจ่ายเงินเฉพาะค่าชั่วโมงบินเท่านั้นไม่ต้องรับผิดชอบและความเสี่ยงทางทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกรรมสิทธิ์ของอากาศยานโปรแกรมสมาชิกภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของ VistaJet จะเสนอให้ลูกค้าลงทะเบียนชั่วโมงบินตามความต้องการเพื่อใช้บริการฝูงบินที่ประกอบด้วยเครื่องบินสำหรับเดินทางระยะกลางและระยะไกลเพื่อการเดินทางไปยังทุกที่ทุกเวลาลูกค้ายังสามารถร้องขอเที่ยวบินตรงแบบเที่ยวเดียวได้ผ่านแอปการจองจากต้นทางถึงปลายทางแห่งแรกของวงการหรือผ่านทีมระดับโลกที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน

VistaJet คือส่วนหนึ่งของ Vista Global Holding –กลุ่มธุรกิจการบินชั้นนำของโลกโดยควบรวมบริษัทต่างๆที่ให้บริการโซลูชัน Asset-light เพื่อครอบคลุมทุกด้านสำคัญของการบินธุรกิจ

ข้อมูลและข่าวสารอื่นๆของ VistaJet ได้ที่ vistajet.com

VistaJet และบริษัทย่อยไม่ได้เป็นผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศโดยตรงในสหรัฐอเมริกา  VistaJet Limited เป็นผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศในยุโรปที่ให้บริการเครื่องบินจดทะเบียน 9H ภายใต้ใบรับรองผู้ให้บริการอากาศมอลตาหมายเลข MT-17 VistaJet US Inc. และVistaJet Online และ Mobile Services Limited เป็นนายหน้าผู้เช่าเหมาลำเครื่องบินและไม่ได้ดำเนินการปฏิบัติการบินเครื่องบินทุกลำที่ VistaJet เป็นเจ้าของและจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาดำเนินการโดยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศโดยตรงที่ได้รับอนุญาตของสหรัฐอเมริกา

รูปภาพประกอบของการแถลงนี้สามารถรับชมได้ที่

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/20456033-cdf7-4f6c-ab4e-f6b74201534d

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/5bb1a507-ea64-4b7f-b362-9042a293de71

Soul Machines ระดมเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการจัดหาเงิน Series B จากชุมชนการลงทุนระดับโลกเพื่อยกระดับหนทางสู่การทำงานร่วมกันของมนุษย์และเครื่องจักร

รอบการลงทุนนำโดย Temasek โดยมีส่วนร่วมจาก Lakestar และ Salesforce Ventures ร่วมกับการลงทุนเพิ่มเติมจาก Horizons Ventures

โอ๊คแลนด์, นิวซีแลนด์, Jan. 10, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Soul Machines บริษัทด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้สร้างแนวคิดด้านวิธีที่มนุษย์เชื่อมต่อกับเครื่องจักรขึ้นใหม่ วันนี้ได้ประกาศถึงการจัดหาเงิน Series B จำนวน 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ Soul Machines เป็นบริษัทวิจัย AGI ที่พัฒนาแพลตฟอร์มภาพเคลื่อนไหวอัตโนมัติชั้นนำของโลกเพื่อช่วยสร้างแบรนด์ให้มีความเป็นมนุษย์และวิธีที่ผู้คนมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์ม การลงทุนนำโดย Temasek จากประเทศสิงคโปร์ โดยมีส่วนร่วมจาก Lakestar บริษัทการร่วมลงทุนชั้นนำในยุโรปและ Salesforce Ventures พร้อมกับการลงทุนเพิ่มเติมจากนักลงทุนที่ร่วมลงทุนอยู่แล้วอย่าง Horizons Ventures กองทุนนักประดิษฐ์แห่งมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ (University of Auckland) และนักลงทุนอื่นๆ จากรอบการลงทุนก่อนหน้า ด้วยเงินทุนนี้ Soul Machines มีแผนที่จะขยายธุรกิจต่อไปทั่วโลกโดยมุ่งเน้นเฉพาะไปที่การวิจัยและพัฒนา และเพิ่มการดำเนินงานทั่วโลกเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้

Soul Machines ก่อตั้งขึ้นโดย Mark Sagar ผู้ชนะรางวัลออสการ์ (Academy Award) และ Greg Cross นักสะสมธุรกิจในปี 2016 หลังจากที่แยกตัวออกจากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ผู้บุกเบิกเทคโนโลยี Sagar และ Cross ได้ร่วมกันหลอมรวม AI, โมเดลสมองการประมวลผล และการเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อนำเสนอยุคใหม่แห่งประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า Digital Heroes ของลูกค้าจะสามารถสร้างประสบการณ์ส่วนตัวในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วยเทคโนโลยีของ Soul Machines

“เรามีความสุขมากที่ได้รู้จักและทำงานร่วมกับทีมของ Temasek, Lakestar และ Salesforce Ventures ซึ่งเราเชื่อว่าพวกเขาเป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบในการช่วยเหลือเราเพื่อการขยายและสร้างความเติบโตทางธุรกิจ เทคโนโลยี และฐานลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง” Greg Cross ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจแห่ง Soul Machines กล่าว “เรารู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก Horizons Ventures ซึ่งเป็นพันธมิตรอันทรงคุณค่าที่เข้าใจว่าธุรกิจเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมสร้างขึ้นได้อย่างไร”

Soul Machines ได้ใช้งานแพลตฟอร์ม HumanOS™ และสร้าง Digital Heroes ให้แก่แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้านค้าปลีก ยานยนต์ การธนาคารและการเงินร่วมกับลูกค้า รวมถึง Procter & Gamble, Bank ABC, The Royal Bank of Scotland และอีกมากมาย ความคิดริเริ่มที่สำคัญในด้านการศึกษาและการดูแลสุขภาพกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเช่นเดียวกันด้วย Soul Machines เทคโนโลยีของ Soul Machines ได้สร้างประสบการณ์การใช้งานใหม่แก่ลูกค้าและการมีส่วนร่วมโดยรวม โดยในตอนนี้ทางแบรนด์มีโอกาสที่จะสร้างตัวแทนเวอร์ชันดิจิทัล หรือพนักงานดิจิทัลทั้งหมด เช่น ตัวแทนให้บริการ เพื่อการโต้ตอบกับแฟนๆ และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เราภูมิใจที่จะประกาศการลงทุนของ Salesforce Ventures ใน Soul Machines เนื่องจากการมุ่งเน้นในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าโดยใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบใหม่” Rob Keith หัวหน้าในประเทศออสเตรเลียแห่ง Salesforce Ventures กล่าว “เราหวังว่าจะได้ทำงานกับ Soul Machines ต่อไปจากการที่บริษัทปรับขยายและตระหนักถึงแรงบันดาลใจระดับโลก”

เกี่ยวกับ SOUL MACHINES™
Soul Machines™ คือบริษัทด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยจากนักวิจัย AI, นักประสาทวิทยา, นักจิตวิทยา, ศิลปิน และนักคิดค้นนวัตกรรม ด้วยการสร้างแนวคิดด้านวิธีที่เราเชื่อมต่อกับเครื่องจักรขึ้นใหม่ บริษัทได้สร้างเทคโนโลยีให้มีชีวิตขึ้นมาด้วยการสร้างความสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ การตอบสนองทางอารมณ์ เกิดเป็น Digital Heroes ที่มีบุคลิกและตัวละครที่ช่วยให้เครื่องจักรสามารถพูดคุยกับเราแบบตัวต่อตัว โดยมีวิสัยทัศน์คือการสร้างปัญญาประดิษฐ์ให้มีความเป็นมนุษย์เพื่อมนุษยชาติที่ดียิ่งขึ้น Soul Machines™ กำลังปรับใช้มนุษย์ดิจิทัลตัวแรกของโลก โดยร่วมกับแบรนด์ระดับองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในโลกด้านการธนาคารและการเงิน ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี อุตสาหกรรมยานยนต์ การดูแลสุขภาพ พลังงาน และการศึกษา ในปัจจุบัน Soul Machines มีพนักงานมากกว่า 120 คนและมีสำนักงานในซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส นิวยอร์กซิตี้ ลอนดอน โตเกียว เมลเบิร์น และโอ๊คแลนด์ บริษัทมีผลงานวิจัยเชิงลึกและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพร้อมกับศาสตราจารย์ 4 คนและดุษฎีบัณฑิต 18 คน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Soul Machines™ โปรดไปที่ www.soulmachines.com

เกี่ยวกับ LAKESTAR
Lakestar เป็นหนึ่งในบริษัทการร่วมลงทุนชั้นนำของยุโรปที่เข้าลงทุนในบริษัทด้านเทคโนโลยีที่นำโดยผู้ประกอบการที่มากฝีมือ การลงทุนในก่อนหน้านี้ได้แก่ Skype, Spotify, Facebook และ Airbnb นับตั้งแต่การระดมทุนครั้งแรกในปี 2013 Lakestar จัดการเงินลงทุนมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านยูโรในสามกองทุนระยะเริ่มต้น และอีกหนึ่งกองทุนในระยะเติบโตแล้วเมื่อไม่นานมานี้ Lakestar ได้ขยายและเพิ่มขนาดพอร์ตการลงทุนของตนด้วยการลงทุนล่าสุดกับ Harry’s, Opendoor, Oscar, GYG, Glovo, Sennder, Eigen, FiveAI และ Revolut Lakestar มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ซูริค และลอนดอน Lakestar ได้ช่วยเหลือบริษัทต่างๆ ในการค้นหาตลาดใหม่ๆ และขยายเข้าไปในตลาดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นไปที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป มีทีมงานให้คำปรึกษาและสนับสนุนบริษัทในพอร์ตลงทุนในการพัฒนาธุรกิจ การสรรหาพนักงาน เทคโนโลยี และการตลาด โดยมีระยะการลงทุนตั้งแต่บริษัทในระยะเริ่มต้น ไปจนถึงบริษัทที่อยู่ในระยะเติบโตแล้ว

เกี่ยวกับ SALESFORCE VENTURES
Salesforce Ventures เป็นองค์กรด้านการลงทุนในเครือ Salesforce ที่มุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีระดับองค์กรยุคใหม่ เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าของตนได้ในช่องทางใหม่ๆ โดยบริษัทในพอร์ตการลงทุนจะได้รับเงินทุน รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบนิเวศคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมด้วยคำแนะนำจากนักนวัตกรรมและผู้บริหารของ Salesforce ด้วย Salesforce Ventures บริษัทในพอร์ตการลงทุนยังสามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ Salesforce ในรูปแบบการบริจาคเพื่อการกุศลโดยองค์กรธุรกิจด้วยการเข้าร่วมการลงทุน 1% เพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการดำเนินธุรกิจ Salesforce ได้สนับสนุนเงินทุนให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพด้านคลาวด์ระดับองค์กรแล้วกว่า 150 แห่งนับตั้งแต่ปี 2009 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.salesforce.com/ventures

ติดต่อ:
สำหรับ Soul Machines
Alyssa Ross
+1 732-221-9036
media@soulmachines.com

Soul Machines ระดมเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการจัดหาเงิน Series B จากชุมชนการลงทุนระดับโลกเพื่อยกระดับหนทางสู่การทำงานร่วมกันของมนุษย์และเครื่องจักร

รอบการลงทุนนำโดย Temasek โดยมีส่วนร่วมจาก Lakestar และ Salesforce Ventures ร่วมกับการลงทุนเพิ่มเติมจาก Horizons Ventures

โอ๊คแลนด์, นิวซีแลนด์, Jan. 10, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Soul Machines บริษัทด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้สร้างแนวคิดด้านวิธีที่มนุษย์เชื่อมต่อกับเครื่องจักรขึ้นใหม่ วันนี้ได้ประกาศถึงการจัดหาเงิน Series B จำนวน 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ Soul Machines เป็นบริษัทวิจัย AGI ที่พัฒนาแพลตฟอร์มภาพเคลื่อนไหวอัตโนมัติชั้นนำของโลกเพื่อช่วยสร้างแบรนด์ให้มีความเป็นมนุษย์และวิธีที่ผู้คนมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์ม การลงทุนนำโดย Temasek จากประเทศสิงคโปร์ โดยมีส่วนร่วมจาก Lakestar บริษัทการร่วมลงทุนชั้นนำในยุโรปและ Salesforce Ventures พร้อมกับการลงทุนเพิ่มเติมจากนักลงทุนที่ร่วมลงทุนอยู่แล้วอย่าง Horizons Ventures กองทุนนักประดิษฐ์แห่งมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ (University of Auckland) และนักลงทุนอื่นๆ จากรอบการลงทุนก่อนหน้า ด้วยเงินทุนนี้ Soul Machines มีแผนที่จะขยายธุรกิจต่อไปทั่วโลกโดยมุ่งเน้นเฉพาะไปที่การวิจัยและพัฒนา และเพิ่มการดำเนินงานทั่วโลกเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้

Soul Machines ก่อตั้งขึ้นโดย Mark Sagar ผู้ชนะรางวัลออสการ์ (Academy Award) และ Greg Cross นักสะสมธุรกิจในปี 2016 หลังจากที่แยกตัวออกจากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ผู้บุกเบิกเทคโนโลยี Sagar และ Cross ได้ร่วมกันหลอมรวม AI, โมเดลสมองการประมวลผล และการเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อนำเสนอยุคใหม่แห่งประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า Digital Heroes ของลูกค้าจะสามารถสร้างประสบการณ์ส่วนตัวในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วยเทคโนโลยีของ Soul Machines

“เรามีความสุขมากที่ได้รู้จักและทำงานร่วมกับทีมของ Temasek, Lakestar และ Salesforce Ventures ซึ่งเราเชื่อว่าพวกเขาเป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบในการช่วยเหลือเราเพื่อการขยายและสร้างความเติบโตทางธุรกิจ เทคโนโลยี และฐานลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง” Greg Cross ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจแห่ง Soul Machines กล่าว “เรารู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก Horizons Ventures ซึ่งเป็นพันธมิตรอันทรงคุณค่าที่เข้าใจว่าธุรกิจเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมสร้างขึ้นได้อย่างไร”

Soul Machines ได้ใช้งานแพลตฟอร์ม HumanOS™ และสร้าง Digital Heroes ให้แก่แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้านค้าปลีก ยานยนต์ การธนาคารและการเงินร่วมกับลูกค้า รวมถึง Procter & Gamble, Bank ABC, The Royal Bank of Scotland และอีกมากมาย ความคิดริเริ่มที่สำคัญในด้านการศึกษาและการดูแลสุขภาพกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเช่นเดียวกันด้วย Soul Machines เทคโนโลยีของ Soul Machines ได้สร้างประสบการณ์การใช้งานใหม่แก่ลูกค้าและการมีส่วนร่วมโดยรวม โดยในตอนนี้ทางแบรนด์มีโอกาสที่จะสร้างตัวแทนเวอร์ชันดิจิทัล หรือพนักงานดิจิทัลทั้งหมด เช่น ตัวแทนให้บริการ เพื่อการโต้ตอบกับแฟนๆ และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เราภูมิใจที่จะประกาศการลงทุนของ Salesforce Ventures ใน Soul Machines เนื่องจากการมุ่งเน้นในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าโดยใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบใหม่” Rob Keith หัวหน้าในประเทศออสเตรเลียแห่ง Salesforce Ventures กล่าว “เราหวังว่าจะได้ทำงานกับ Soul Machines ต่อไปจากการที่บริษัทปรับขยายและตระหนักถึงแรงบันดาลใจระดับโลก”

เกี่ยวกับ SOUL MACHINES™
Soul Machines™ คือบริษัทด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยจากนักวิจัย AI, นักประสาทวิทยา, นักจิตวิทยา, ศิลปิน และนักคิดค้นนวัตกรรม ด้วยการสร้างแนวคิดด้านวิธีที่เราเชื่อมต่อกับเครื่องจักรขึ้นใหม่ บริษัทได้สร้างเทคโนโลยีให้มีชีวิตขึ้นมาด้วยการสร้างความสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ การตอบสนองทางอารมณ์ เกิดเป็น Digital Heroes ที่มีบุคลิกและตัวละครที่ช่วยให้เครื่องจักรสามารถพูดคุยกับเราแบบตัวต่อตัว โดยมีวิสัยทัศน์คือการสร้างปัญญาประดิษฐ์ให้มีความเป็นมนุษย์เพื่อมนุษยชาติที่ดียิ่งขึ้น Soul Machines™ กำลังปรับใช้มนุษย์ดิจิทัลตัวแรกของโลก โดยร่วมกับแบรนด์ระดับองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในโลกด้านการธนาคารและการเงิน ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี อุตสาหกรรมยานยนต์ การดูแลสุขภาพ พลังงาน และการศึกษา ในปัจจุบัน Soul Machines มีพนักงานมากกว่า 120 คนและมีสำนักงานในซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส นิวยอร์กซิตี้ ลอนดอน โตเกียว เมลเบิร์น และโอ๊คแลนด์ บริษัทมีผลงานวิจัยเชิงลึกและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพร้อมกับศาสตราจารย์ 4 คนและดุษฎีบัณฑิต 18 คน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Soul Machines™ โปรดไปที่ www.soulmachines.com

เกี่ยวกับ LAKESTAR
Lakestar เป็นหนึ่งในบริษัทการร่วมลงทุนชั้นนำของยุโรปที่เข้าลงทุนในบริษัทด้านเทคโนโลยีที่นำโดยผู้ประกอบการที่มากฝีมือ การลงทุนในก่อนหน้านี้ได้แก่ Skype, Spotify, Facebook และ Airbnb นับตั้งแต่การระดมทุนครั้งแรกในปี 2013 Lakestar จัดการเงินลงทุนมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านยูโรในสามกองทุนระยะเริ่มต้น และอีกหนึ่งกองทุนในระยะเติบโตแล้วเมื่อไม่นานมานี้ Lakestar ได้ขยายและเพิ่มขนาดพอร์ตการลงทุนของตนด้วยการลงทุนล่าสุดกับ Harry’s, Opendoor, Oscar, GYG, Glovo, Sennder, Eigen, FiveAI และ Revolut Lakestar มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ซูริค และลอนดอน Lakestar ได้ช่วยเหลือบริษัทต่างๆ ในการค้นหาตลาดใหม่ๆ และขยายเข้าไปในตลาดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นไปที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป มีทีมงานให้คำปรึกษาและสนับสนุนบริษัทในพอร์ตลงทุนในการพัฒนาธุรกิจ การสรรหาพนักงาน เทคโนโลยี และการตลาด โดยมีระยะการลงทุนตั้งแต่บริษัทในระยะเริ่มต้น ไปจนถึงบริษัทที่อยู่ในระยะเติบโตแล้ว

เกี่ยวกับ SALESFORCE VENTURES
Salesforce Ventures เป็นองค์กรด้านการลงทุนในเครือ Salesforce ที่มุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีระดับองค์กรยุคใหม่ เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าของตนได้ในช่องทางใหม่ๆ โดยบริษัทในพอร์ตการลงทุนจะได้รับเงินทุน รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบนิเวศคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมด้วยคำแนะนำจากนักนวัตกรรมและผู้บริหารของ Salesforce ด้วย Salesforce Ventures บริษัทในพอร์ตการลงทุนยังสามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ Salesforce ในรูปแบบการบริจาคเพื่อการกุศลโดยองค์กรธุรกิจด้วยการเข้าร่วมการลงทุน 1% เพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการดำเนินธุรกิจ Salesforce ได้สนับสนุนเงินทุนให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพด้านคลาวด์ระดับองค์กรแล้วกว่า 150 แห่งนับตั้งแต่ปี 2009 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.salesforce.com/ventures

ติดต่อ:
สำหรับ Soul Machines
Alyssa Ross
+1 732-221-9036
media@soulmachines.com

InnovaHealth Partners Invests in Radiaction, the Technology Leader in Robotic Radiation Protection

NEW YORK, Jan. 09, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Radiaction (“Radiaction” or the “Company”) and InnovaHealth Partners, LP (“InnovaHealth”) jointly announce today that InnovaHealth has made a growth equity investment in Radiaction and acquired a majority interest in the Company.

Jonathan Yifat, Chief Executive Officer of Radiaction, said, “Today’s announcement represents the next stage for our Company. We are excited about our partnership with InnovaHealth, which will allow us to bring our game-changing technology to the interventional suites. We look forward to realizing our vision of protecting healthcare providers who suffer from the consequences of radiation exposure on a daily basis.”

Radiaction has developed a robotic system that substantially reduces radiation exposure to physicians and technicians. The system operates by automatically deploying a shield from the C-arm unit that captures the radiation at the source, thereby preventing exposure to under-protected medical staff. The Radiaction system is designed to be compatible with any type of fixed C-arm imaging system and will seamlessly integrate into clinical workflow. There are approximately 20,000 fixed C-arm imaging units worldwide which are utilized in millions of medical procedures each year.  The Company is based in Tel Aviv, Israel.

Amir Belson MD, Founder of Radiaction, added, “We welcome the InnovaHealth team and look forward to leveraging InnovaHealth’s capital, strategic relationships and clinical network to continue to build our market leading business.”

Ariella Golomb MD, InnovaHealth Managing Director, said, “We are impressed with the Radiaction team and the Company’s innovative technology. We expect our investment to significantly accelerate Radiaction’s commercial development and expand its clinical leadership, with an initial focus on interventional cardiology and electrophysiology.”

About InnovaHealth Partners
New York-based InnovaHealth Partners, LP is the leading medical technology growth private equity firm. The InnovaHealth team manages approximately $200 million and has over 100 years of experience investing in the global medical technology market.

Contacts:

Radiaction: Jonathan Yifat, CEO
E-mail: jonathan@radiactionmedical.com

InnovaHealth Partners: Tiffany Cheynier, Manager – Investor Relations
E-mail: tc@innovahp.com

Vietnamese Deputy PM chairs open debate on observance of UN Charter

Deputy Prime Minister and Foreign Minister Pham Binh Minh chaired an open debate of the UN Security Council on January 9 that focused on adhering to the UN Charter to maintain international peace and security.

The ministerial-level debate, held at the UN’s headquarters in New York on the occasion of the UN’s 75th anniversary, was an important part of Vietnam’s presidency of the UN Security Council in January, which is also the first month of its council membership.

Representatives of more than 100 countries delivered speeches at the discussion. UN Secretary-General Antonio Guterres and former President of Ireland Mary Robinson, Chairwoman of the Elders � a group of senior global leaders who work for multilateralism, international cooperation and peace, were invited to speak at the debate.

In his speech, Minh underlined the special importance of respect for and adherence to the UN Charter in maintaining international peace and security to help humankind steer clear of a new world war and promote dialogue to seek solutions to hundreds of conflicts.

He stressed that Vietnam considers adherence to the UN Charter and international law the most important means to nurture sustainable peace, bring about prosperity, and build a law-based world order with fair, equitable and friendly relations among countries.

Minh held that the UN Security Council and its member states should take the lead in observing and implementing the UN Charter.

He called on member states to increase dialogue; uphold multilateralism; maximise the tools that the Charter provided, especially in preventing conflicts and peacefully resolving international disputes; cooperate to enhance the efficiency and role of regional organisations, particularly in coordinating with the UN and its Security Council; and ensure that the making and implementation of their strategies and policies on development, security, defence and external relations are in line with the standards and basic principles of international law and the UN Charter.

At the debate, the UN Security Council adopted a presidential statement compiled under the chair of Vietnam.

This statement affirms the UN Charter’s durable values in maintaining international peace and security, developing international law, and regulating relations among states. Reaffirming the UN Security Council’s commitment to the Charter’s guidelines and principles, the statement stresses that all countries, UN agencies and regional organisations need to act in conformity with the UN Charter, use the Charter’s basic principles as the orientations for making and implementing strategies and policies, and ensure that issues relevant to international peace and security are handled in accordance with the Charter.

This is the first time the UN Security Council has adopted a particular statement on the UN Charter.

Source: Vietnam News Agency

Vietnam’s world heritage sites welcome 21 million tourists in 2019

Vietnam’s eight world heritage sites attracted a total of 21 million tourists in 2019, statistics show.

Ha Long Bay in the northern province of Quang Ninh, which has been twice recognised by the United Nations Educational, Scientific and Cultural Organisation (UNESCO), welcomed 4.4 million holidaymakers throughout the year, including 2.9 million foreigners, and raked in 1.23 trillion VND (53.1 million USD) from tourism.

Meanwhile, more than 6.32 million tourists, including over 759,859 foreigners, flocked to the Trang An Landscape Complex in the northern mountainous province of Ninh Binh, earning the locality 867.5 billion VND.

Another popular heritage site was the Hue citadel complex in Thua Thien-Hue province, which lured over 3.32 million tourists, including 2.21 million foreigners, generating 378 billion VND in tourism revenue.

Among the 5.35 million vacationers to the ancient town of Hoi An in Quang Nam province, 4 million were foreigners. The locality pocketed 300 billion VND from tourism.

Other sites included the Phong Nha-Ke Bang National Park in Quang Binh province, the My Son religious site, in Quang Nam province, the Thang Long-Hanoi Royal Citadel and the Ho Dynasty Citadel in Thanh Hoa province.

Source: Vietnam News Agency

Indian tourists to Vietnam increase

India climbed into the top 16 markets with the highest number of visitors to Vietnam in 2019.

In terms of growth, the country ranked third with an increase of 27.7 percent year-on-year to 169,000 tourists, after Thailand (45.9 percent and 510,000 visitors) and Taiwan (29.8 percent and 927,000).

Over the past five years, the average growth in the number of Indian tourists has reached 26.7 percent, from 65,600 in 2015 to 169,000 in 2019.

In 2019, low-cost airline VietjetAir launched two direct flights from Hanoi and Ho Chi Minh City to New Delhi, becoming the first airline connecting the two biggest economic, cultural and tourist centres of Vietnam and the capital of India.

The same year, Indian low-cost airline IndiGo launched its first direct flights between Kolkata-Hanoi and Kolkata-Ho Chi Minh City.

Source: Vietnam News Agency