Daily Archives: May 6, 2020

REMINDER/Media Advisory: Bombardier to Report its First Quarter 2020 Financial Results on May 7, 2020

MONTREAL, May 06, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Bombardier (TSX: BBD.B) will publish its financial results for the first quarter ended March 31, 2020 on Thursday, May 7, 2020.

On May 7 at 8:00 a.m., EDT, Éric Martel, President and Chief Executive Officer; John Di Bert, Senior Vice President and Chief Financial Officer; and Patrick Ghoche, Vice President, Corporate Strategy and Investor Relations, will hold a webcast/conference call intended for investors and financial analysts to review the company’s financial results for the first quarter ended March 31, 2020.

A live webcast of the call and relevant financial charts will be available at www.bombardier.com

Stakeholders wishing to listen to the presentation and question and answer period by telephone may dial one of the following conference call numbers:

In English: 514-392-9079, passcode: 6454160# or
1-877-405-9213, passcode: 6454160# (toll-free in North America),
+800 4222 8835, passcode: 6454160# (overseas calls)
In French:
(with translation)
1-830-221-9728, passcode: 5785496 or
1-833-528-0623, passcode: 5785496 (toll-free North America)
1-830-221-9728, passcode: 5785496 (overseas calls)

The replay of this call will be available on Bombardier’s website shortly after the end of the webcast.

About Bombardier
With over 60,000 employees across two business segments, Bombardier is a global leader in the transportation industry, creating innovative and game-changing planes and trains. Our products and services provide world-class transportation experiences that set new standards in passenger comfort, energy efficiency, reliability and safety.

Headquartered in Montréal, Canada, Bombardier has production and engineering sites in over 25 countries across the segments of Aviation and Transportation. Bombardier shares are traded on the Toronto Stock Exchange (BBD). In the fiscal year ended December 31, 2019, Bombardier posted revenues of $15.8 billion. News and information are available at bombardier.com or follow us on Twitter @Bombardier.

Bombardier is a trademark of Bombardier Inc.

For Information

Jessica McDonald
Advisor, Media Relations
Bombardier Inc.
+1 514 861 9481
Patrick Ghoche
Vice President, Corporate Strategy and Investor Relations,
Bombardier Inc.
+1 514 861 5727

การควบคุมโดยชีววิธีครั้งแรกของ Biotalys ที่ใช้ในโปรแกรมทดลองกับสวนผักและผลไม้ทั่วโลก พิสูจน์ให้เห็นประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

สารชีวภัณฑ์ BioFun-1 มิติใหม่ที่ช่วยให้เกษตรกรแก้ไขปัญหาภาวะการดื้อยาของเชื้อราในพืชที่เพิ่มขึ้น

สารชีวภัณฑ์กำจัดเชื้อราในพืชนวัตกรรมใหม่นี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้ได้ทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยว

เมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม, May 06, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Biotalys NV บริษัทที่พลิกโฉมนวัตกรรมการปกป้องอาหารและพืชผลทางการเกษตรในวันนี้ได้ประกาศผลลัพธ์การทดลองในพื้นที่ทางการเกษตรมากกว่า 100 แห่งจากการใช้สารชีวภัณฑ์ BioFun-1 กำจัดโรคเชื้อราในพืชที่พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งมีแผนจะวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาปี พ.ศ. 2565 ตามด้วยการเปิดตัวในประเทศอื่นๆ อีก โดยถือเป็นวิธีแก้ปัญหาในรูปแบบใหม่ด้วยการควบคุมทางชีววิธีโดยอิงตามโปรตีน Biotalys ตั้งเป้าช่วยเกษตรกรปกป้องพืชผลของตนและลดอาหารเหลือทิ้ง โดยทั้งป้องกันความเสียหายของพืชผลและขยายการปกป้องไปจนถึงหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยชีวภัณฑ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ในปี 2561 Biotalys ได้สาธิตให้เห็นว่าสารชีวภัณฑ์ BioFun-1 ช่วยปกป้องพืชจากเชื้อรา Botrytis cinerea ที่เหนือชั้นและต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสารเคมีฆ่าเชื้อราและวิธีทางชีววิทยาที่ดีของเจ้าอื่นๆ ที่ใช้กับพืชผลหลายชนิดในหลากหลายภูมิภาค ในปี 2562 บริษัทได้ขยายแผนการทดสอบออกไปอีกเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความต่อเนื่องสูงสุดเมื่อเทียบกับการใช้สารเคมีตัวอย่างอื่นๆ และผสานแผนการจัดการศัตรูพืช (IPM) ทดสอบกับหลายตัวเกิดโรค พืชผล และภูมิภาคต่างๆ

แผนการทดสอบในพื้นที่ทางการเกษตรในปี 2562 มีขึ้นในสหรัฐอเมริกาและประเทศสำคัญๆ ในยุโรป รวมทั้งมีการทดสอบประสิทธิภาพการกำจัดศัตรูพืชหลักๆ มากกว่า 50 รายการ เช่น เชื้อรา Botrytis cinerea และโรคราแป้ง โรคในพืชเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรรวมถึงคุณภาพของผักและผลไม้หลายสายพันธุ์อย่างมาก และยังส่งผลให้เกิดความเสียหายทางอาหารที่สำคัญทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต

สำหรับการใช้งานสารชีวภัณฑ์ BioFun-1 กำจัดเชื้อราในพืชของ Biotalys เพียงอย่างเดียว ให้การป้องกันคุณภาพสูงเพื่อต่อต้านเชื้อราหลายชนิดในส่วนใหญ่ของการทดลอง (มากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์) เมื่อเทียบกับการไม่ใช้สารอะไรเลย สารชีวภัณฑ์ BioFun-1 ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนตามปริมาณการใช้ ช่วยปรับอัตราการใช้ยาเข้ากับสภาพความหนักเบาของโรค ภายใต้สภาพโรคเชื้อราขั้นรุนแรง การใช้สารชีวภัณฑ์ในปริมาณมากขึ้นช่วยให้การปกป้องที่เทียบเท่ากับการใช้สารเคมีโดยไม่มีปัญหาสารตกค้างกวนใจเหล่าเกษตรกร

ในการทดลอง 89% ด้วยวิธีกำจัดศัตรูพืชแบบบูรณาการโดยใช้สารชีวภัณฑ์ BioFun-1 สลับกับสารฆ่าเชื้อราของผู้ผลิตรายอื่น ให้ผลเท่ากับวิธีกำจัดศัตรูพืชแบบบูรณาการด้วยสารเคมีทั่วไป โดยให้ผลลัพธ์ที่สามารถเปรียบเทียบได้ทั้งคุณภาพของผลไม้และอายุของพืชผลภายหลังการเก็บเกี่ยว ในขณะที่สารเคมีตกค้างลดลงถึง 68%

รูปภาพประกอบการประกาศนี้ สามารถดูได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/956a8073-bce8-414e-80dd-21d8081755b5

Hans-Jürgen Rosslenbroich ที่ปรึกษาอิสระของบริษัทที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากกว่า 30 ปี ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านชีววิทยา ได้ให้ความเห็นว่า “สารชีวภัณฑ์ฆ่าเชื้อราโฉมใหม่ของ Biotalys จากนวัตกรรมใหม่ที่ให้ผลชั้นยอด พิสูจน์ให้เห็นแล้วในการควบคุมการให้ยาแบบอิสระเพื่อกำจัดโรคในพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น เชื้อรา Botrytis และโรคราแป้งในการทดลองบนพื้นที่ทางการเกษตรแบบเปิด” การทดลองโดยการควบคุมปริมาณการให้ยาแบบอิสระเพื่อกำจัดโรคพืชในพื้นที่ทางการเกษตรที่เห็นได้ยากโดยใช้ชีววิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออิงตามสิ่งมีชีวิต เป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการพัฒนาและจะเป็นตัวสร้างความแตกต่างเฉพาะสำหรับการใช้สารชีวภัณฑ์กำจัดเชื้อราในพืชนวัตกรรมใหม่ของ Biotalys”

รูปภาพประกอบการประกาศนี้ สามารถดูได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/3b1039e3-a70b-40fc-9be0-24a0dbd75240

แผนการทดลองบนพื้นที่ทางการเกษตรแผนต่อไปกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ โดยขยายการทดลองไปยังพื้นที่ทางการเกษตรมากกว่า 150 แห่งที่มีหลากหลายพืชผลทางการเกษตรและเงื่อนไขสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันในยุโรป แอฟริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา แผนการทดลองในปี 2563 จะช่วยสนับสนุนชุดข้อมูลประสิทธิภาพที่ใช้ควบคุม และจะเน้นไปที่ประสิทธิผลของชีวภัณฑ์กำจัดเชื้อรา การยืนยันประสิทธิภาพในพื้นที่ทางการเกษตร และคุณลักษณะโดยละเอียดอย่างแท้จริง รวมถึงผลหลังสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยวพืชผักผลไม้ แผนการทดลองในพื้นที่ทางการเกษตรนี้ช่วยเติมเต็มงานวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสนับสนุนเอกสารข้อมูลวิจัยที่เตรียมจะจัดส่งภายหลังในปีนี้ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงการพัฒนาและการนำไปใช้ในห่วงโซ่อุปทานผลิตภัณฑ์

Luc Maertens ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Biotalys เสริมว่า “ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงศักยภาพที่ไม่ซ้ำใครของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ทรงพลังของเราในการส่งมอบวิธีการป้องกันอาหารและพืชผลทางการเกษตรรูปแบบใหม่ ชีวภัณฑ์กำจัดเชื้อราในพืชผลิตภัณฑ์แรกของเราช่วยให้เกษตรกรไว้วางใจผลิตภัณฑ์ที่ทรงประสิทธิภาพชั้นยอดในการขยายผลผลิตทางการเกษตรอย่างผักและผลไม้คุณภาพสูงได้ คงความสดของผักและผลไม้ให้ดูน่ารับประทานได้นานขึ้นและช่วยลดปริมาณสารตกค้าง สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าได้มากโดยตอบโจทย์ของทั้งผู้บริโภคและเกษตรกร ลดอาหารเหลือทิ้ง และปลอดภัยสำหรับการส่งออกไปทั่วโลก

เกี่ยวกับ Biotalys

Biotalys เป็นบริษัทด้านการปกป้องอาหารและพืชผลทางการเกษตรที่เติบโตและปรับตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผู้พัฒนาการควบคุมทางชีววิธีโดยอิงตามโปรตีน ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ล่าสุด ช่วยกำหนดอนาคตของอุปทานอาหารที่ยั่งยืนและปลอดภัย Biotalys ได้พัฒนาสายผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยขึ้นมากมายโดยอิงตามแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของตน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชที่สำคัญตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผืนดินจนได้มาอยู่บนจานของผู้บริโภค ด้วยการรวมเอาคุณสมบัติประสิทธิภาพสูงและการให้ผลที่สม่ำเสมอของสารเคมีโดยชีววิธีซึ่งมีความสะอาดและปลอดภัย ทำให้ Biotalys สามารถส่งมอบสารชีวภัณฑ์ปกป้องพืชผลทางการเกษตรได้อย่างยอดเยี่ยมที่สามารถใช้ได้ทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต Biotalys ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 พัฒนาแยกออกมาจาก VIB (Flanders Institute for Biotechnology) และได้รับเงินระดมทุนจากนักลงทุนผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั่วโลก 61 ล้านยูโร (66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จนถึงปัจจุบัน บริษัทตั้งอยู่ในแหล่งพัฒนาเทคโนโลยีทางชีววิทยาในเมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.biotalys.com

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

Marieke Vermeersch
ที่ปรึกษาฝ่ายการติดต่อสื่อสารของ Biotalys Corporate
โทร: +32 (0) 479 490 603
อีเมล: marieke.vermeersch@biotalys.com

Erica Camilo
Connexa Communications สำหรับ Biotalys
โทร: +1 (610) 639 5644
อีเมล: Erica@connexacommunications.com

Virtusa Achieves AWS SaaS Competency Status

SOUTHBOROUGH, Mass., May 06, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Virtusa Corporation (NASDAQ GS:VRTU), a global provider of digital strategy, digital engineering, and IT services and solutions that help clients change and disrupt markets through innovation engineering, announced today that it has achieved Amazon Web Services (AWS) SaaS Competency status. This designation recognizes that Virtusa has demonstrated deep experience helping organizations design and build SaaS and cloud-native solutions on AWS.

Achieving the AWS SaaS Competency differentiates Virtusa as an AWS Partner Network (APN) member that possesses deep domain expertise in the Builders categories of the new AWS SaaS Competency. APN Consulting Partners in the Builders category have deep expertise in building cloud-native SaaS applications via software development. To receive the designation, APN Partners must possess deep AWS expertise in designing and building SaaS solutions on AWS seamlessly.

“Our clients demand the right combination of talent, digital tools, and assets to maintain productivity and reduce costs,” said Raymond Hennings, EVP and head of global sales, alliances, and strategic deals, Virtusa. “The AWS SaaS Competency status validates Virtusa’s ability to maximize resources on AWS to help clients efficiently modernize systems and save money in order to better serve their customers.”

AWS is enabling scalable, flexible, and cost-effective solutions from startups to global enterprises. To support the seamless integration and deployment of these solutions, AWS established the AWS Competency Program to help customers identify Consulting and Technology APN Partners with deep industry experience and expertise.

Through Virtusa’s combination of agile methodologies, digital engineering, and industry experts working collaboratively, Virtusa provides additional ways for clients to move business forward at speed and scale through a SaaS model.

Virtusa’s Open Innovation Platform is based on AWS services and has been leveraged by clients globally to accelerate innovation and drive transformation and modernization agendas in the financial services space. Virtusa also leverages AWS for its vLifeTM platform, a large healthcare and life sciences application marketplace with APIs, microservices, pre-built artificial intelligence (AI) and machine learning (ML) models, visualization, and predictive tools available for client subscription.

To learn more about Virtusa’s AWS SaaS Practice, please visit: virtusa.com/partner/aws/saas-practice

To learn more about the Virtusa Open Innovation Platform, please visit: virtusa.com/solution/open-banking/open-innovation-platform

To learn more about the Virtusa vLifeTM platform, please visit: virtusa.com/vlife

About Virtusa

Virtusa Corporation (NASDAQ GS: VRTU) is a global provider of digital business strategy, digital engineering, and information technology (IT) services and solutions that help clients change, disrupt, and unlock new value through innovation engineering. Virtusa serves Global 2000 companies in the Banking, Financial Services, Insurance, Healthcare, Communications, Media, Entertainment, Travel, Manufacturing, and Technology industries.

Virtusa helps clients grow their business with innovative products and services that create operational efficiency using digital labor, future-proof operational and IT platforms, and rationalization and modernization of IT applications infrastructure. This is achieved through a unique approach blending deep contextual expertise, empowered agile teams, and measurably better engineering to create holistic solutions that drive business forward at unparalleled velocity enabled by a culture of cooperative disruption.

Virtusa is a registered trademark of Virtusa Corporation.  All other company and brand names may be trademarks or service marks of their respective holders.

Contact:
Ron Favali
Conversion Marketing
727-512-4490
ron@conversionam.com

Philips first of its kind ultrasound solution for pediatric assessment provides a gentler approach to imaging children

May 6, 2020 

Amsterdam, the Netherlands – Royal Philips (NYSE: PHG, AEX: PHIA), a global leader in health technology, today announced the ultimate ultrasound solution for pediatric assessment, the latest addition for its Philips Ultrasound System (EPIQ Elite). The new ultrasound solution provides clinicians with exceptionally detailed images and the performance they need to make a definitive diagnosis for pediatric patients, reducing the need for additional diagnostic imaging steps, such as X-ray imaging.

The new ultrasound solution from Philips is designed specifically for pediatric clinical use. It combines dedicated transducers, enhanced processing, and software tools that are optimized for the pediatric diagnostic workflow to help improve the experience of both young patients and staff. Children are more radiosensitive than adults, and efforts should be made to minimize risk by reducing unnecessary exposure to radiation [1]. So, a more gentle form of medical imaging is recommended when there is a clear indication for use.

“The new pediatric assessment solution on the EPIQ Elite system has elevated our ultrasound practice at Phoenix Children’s,” said Dr. Luis Goncalves, Pediatric Radiologist at Phoenix Children’s Hospital. “In particular, the solution’s new transducer offers exceptional clinical performance and versatility across many pediatric applications. For example, the intracranial detail we see in the neonatal head is truly exceptional.”

Pediatric patients come in all shapes and sizes. From the tiniest premature newborn baby to adult-sized pediatric patients, Philips offers a complete imaging solution to elevate diagnostic confidence in even the most challenging cases. The Philips ultimate ultrasound solution for pediatric assessment includes a new pediatric transducer, offering a 30% greater penetration [2] for more detailed images, and has a tailored pediatric workflow to help clinicians diagnose pediatric patients more quickly.

“Diagnostic confidence is vital for any clinician, especially when diagnosing the most sensitive patients,” said Jeff Cohen, Vice President, and General Manager General Imaging Ultrasound at Philips. “Philips ultimate ultrasound solutions provide the right level of image detail and context that clinicians need to make a precise diagnosis.”

The Philips ultimate ultrasound solution for pediatric assessment is cleared for pediatric clinical use. It extends Philips’ portfolio of dedicated solutions on the Philips Ultrasound System (EPIQ Elite) tailored to the needs of particular medical specialties. Ultrasound solutions for clinical use from Philips are available for the assessment of Small Parts, Liver, Vascular, Breast, and now Pediatrics.

Availability
Philips ultimate ultrasound solution for pediatric assessment and the Ultrasound System (EPIQ Elite) update are available globally [3].

[1] www.fda.gov/radiation-emitting-products/medical-imaging/pediatric-x-ray-imaging
[2] The new mC12-3 pediatric transducer offers 30% greater penetration in comparison to the previous generation
[3] Worldwide availability, excluding China and few other countries

For further information, please contact:

Hans Driessen
Philips Global Press Office
Tel.: +31 6 10610417
E-mail: hans.driessen@philips.com

About Royal Philips

Royal Philips (NYSE: PHG, AEX: PHIA) is a leading health technology company focused on improving people’s health and enabling better outcomes across the health continuum from healthy living and prevention, to diagnosis, treatment and home care. Philips leverages advanced technology and deep clinical and consumer insights to deliver integrated solutions. Headquartered in the Netherlands, the company is a leader in diagnostic imaging, image-guided therapy, patient monitoring and health informatics, as well as in consumer health and home care. Philips generated 2019 sales of EUR 19.5 billion and employs approximately 81,000 employees with sales and services in more than 100 countries. News about Philips can be found at www.philips.com/newscenter.

 Attachment

CNH Industrial 2020 First Quarter Results

The following is an extract from the “CNH Industrial 2020 first quarter results” press release. The complete press release can be accessed by visiting the media section of the CNH Industrial corporate website: https://www.cnhindustrial.com/en-us/media/press_releases/Pages/default.aspx or consulting the accompanying PDF:

CNH Industrial reports 2020 first quarter Consolidated revenues of $5.5 billion,
Net loss of $54 million and Net debt of Industrial Activities at $2.3 billion.
Available liquidity at $9.9 billion as of March 31, 2020

Financial results presented under U.S. GAAP

CONSOLIDATED RESULTS

  • Consolidated revenues of $5.5 billion in the first quarter of 2020, down 15% compared to the first quarter of 2019 (down 13% at constant currency)
  • Net loss of $54 million (or $0.05 loss per share) in the first quarter of 2020 compared to net income of $264 million (or $0.19 per share) in the first quarter of 2019
  • Adjusted net loss of $66 million in the first quarter of 2020 compared to adjusted net income of $248 million in the first quarter of 2019
  • Adjusted diluted earnings per share was a loss of $0.06 in the first quarter of 2020 compared to adjusted diluted earnings per share of $0.18 in the first quarter of 2019

INDUSTRIAL ACTIVITIES

  • Net sales of $5.0 billion in the first quarter of 2020, down 17% compared to the first quarter of 2019 (down 14% on a constant currency basis), due to adverse COVID-19 impact on market conditions across all regions, coupled with previously announced actions to reduce dealer inventory levels
  • Adjusted EBIT loss of $148 million in the first quarter of 2020 compared to adjusted EBIT of $278 million in the first quarter of 2019, strongly impacted by industry demand disruptions in March, negative absorption caused by plant shutdowns, and actions to lower inventory levels
  • Net debt at March 31, 2020 of $2.3 billion, an increase of $1.5 billion from December 31, 2019, as a result of seasonal working capital absorption and the adverse impact of COVID-19, partially offset by actions to reduce Company inventory and other cash preservation measures

COVID-19 RELATED CORPORATE ANNOUNCEMENTS

  • Transform2Win strategy, including spin-off of On-Highway activities, confirmed, while original timeline for implementation of such spin-off will be extended because of market conditions
  • 2020 full year guidance withdrawn on March 30, 2020. No new guidance issued

Attachment

Vietravel Airlines plans to take off in early 2021

Vietravel Airlines, belonging to Vietravel – one of the country’s largest tour operators – plans to launch its first flight early next year.

At a meeting in Hanoi on May 7, Vietravel Airlines announced the appointment of Dao Duc Vu, who has more than 30 years of experience in the aviation sector, as its Deputy General Director in charge of flight operations.

Earlier, Deputy Prime Minister Trinh Dinh Dung signed Decision No. 457/QD-TTg on April 3 approving the Vietravel Airlines project, which has total investment of 700 billion VND (30 million USD).

Vietravel Airlines will be based at PhuBai International Airport in the central province of ThuaThien – Hue.

During its first year of operations, the carrier will use three Airbus, Boeing, or equivalent aircraft, which will then rise to eight by its fifth year.

It has set a goal of catering to 1 million passengers in its first year, thus creating nearly 600 jobs.

The airline will conduct domestic and overseas flights and contribute to improving the capacity of Vietnam’s air transport and tourism sectors while promoting socio-economic development during global integration.

Source: Vietnam News Agency

Vietnamese encouraged to get married before 30

Prime Minister Nguyen Xuan Phuc has approved a birth rate adjustment programme towards 2030 which encourages people to get married before the age of 30 and women to give birth to their second child before 35.

The programme sets the target to increase the birth rate by 10 percent in localities with a low rate (less than two children per couple) and reduce the rate in localities with a high rate of more than 2.2 children per couple.

Provinces and cities in which each woman of reproductive age has two to 2.2 children should maintain the rate or so-called desired fertility at replacement level.

The targets aim to help Vietnam accomplish the national population strategy by 2030.

The PM ordered the issuance of regulations so that public employees and Party members set the example of having no more than two children in their families.

Areas with a low birth rate or desired fertility at replacement level should encourage families to have two children.

PM Phuc asked local authorities to pilot policies to support couples in giving birth and raising children. Getting married or giving birth at an old age is not encouraged.

Couples who have two children will have their income tax reduced and be assisted with children’s tuition fees or expenses to rent houses or buy social housing. Children of these families will have priority to be admitted to public schools.

Local authorities have been asked to pilot marriage and family consultation services such as dating clubs and pre-marriage health consultations.

Pregnant women or those having two children have access to mother and baby health care and malnutrition prevention consultations.

Source: Vietnam News Agency