Daily Archives: May 13, 2020

LeddarTech ประกาศการผลิต Leddar Pixell Cocoon LiDAR จำนวนมากร่วมกับ Clarion Malaysia พันธมิตรด้านการผลิต ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มธุรกิจ Faurecia Clarion Electronics

ควิเบกซิตี้, May 13, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — LeddarTech® ผู้นำด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี LiDAR ซึ่งเป็นผู้มอบแพลตฟอร์ม LiDAR สำหรับยานยนต์ที่มีความอเนกประสงค์และขยายขอบเขตได้มากที่สุด ได้ประกาศว่าจะเริ่มทำการผลิตโมดูล LeddarTM Pixell Cocoon LiDAR จำนวนมากร่วมกับพันธมิตรที่เลือก Clarion Malaysia ซึ่งเป็นสมาชิกของ Faurecia Clarion Electronics ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจของ Faurecia

Leddar Pixell เป็น LiDAR แฟลชแบบโซลิดสเตต 3D ที่ได้รับรางวัลที่มีการออกแบบมุมมองภาพ 180 องศาและได้รับการทดสอบสำหรับการใช้งานนอกถนน รถรับส่ง แท็กซี่ไร้คนขับ รถส่งสินค้า ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ และยานพาหนะสำหรับอุตสาหกรรมหนัก รวมถึงหุ่นยนต์และการใช้งานอัตโนมัติอื่นๆ ที่ LiDAR แบบโซลิดสเตตเป็นตัวเลือกการตรวจจับ 3D ที่ดีที่สุด Leddar Pixell ช่วยให้สามารถตรวจจับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และสิ่งกีดขวางอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงยานพาหนะด้วยความน่าเชื่อถือสูง และเหมาะสำหรับการใช้งานในแพลตฟอร์มการรับรู้ที่สร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยและการปกป้องผู้โดยสารและผู้ใช้ถนนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง (VRU) Leddar Pixell เป็นโซลูชัน Cocoon ตรวจจับที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานยานพาหนะอัตโนมัติ และได้รับการรับรองจากผู้ให้บริการยานยนต์อัตโนมัติชั้นนำในอเมริกาเหนือ เอเชีย และยุโรป

Leddar Pixell ได้ผนวกรวมเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรของ LeddarTech เข้าไว้กับ LCA2 LeddarEngineTM ที่ล้ำสมัย LCA2 ใช้ LeddarSP™ (ซอฟต์แวร์การประมวลผลสัญญาณ) ของ LeddarTech เพื่อสร้างข้อมูล LiDAR แบบดิบ เช่น ระยะทาง ตำแหน่ง และความเข้มของการสะท้อน LCA2 เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย และสามารถผลิตในปริมาณมากเพื่อการใช้งานในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งาน LiDAR แบบโซลิดสเตตใน AD/ADAS

“LeddarTech มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี LiDAR แบบโซลิดสเตตที่มีสถาปัตยกรรมแบบเปิด ด้วยการส่งมอบโซลูชัน LiDAR มากว่าทศวรรศให้กับลูกค้าที่ดำเนินงานภายใต้สภาพแวดล้อมอันรุนแรงที่ต้องการการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน” Mr. Charles Boulanger CEO ของ LeddarTech กล่าว “Clarion Malaysia มีชื่อเสียงระดับโลกและได้รับการยอมรับว่าเป็นซัพพลายเออร์ระดับ Tier-1 ชั้นนำที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเรายินดีที่จะประกาศความร่วมมือนี้สำหรับการผลิต Leddar Pixell การผลิต Leddar Pixell เป็นจำนวนมากช่วยให้เราสามารถสนับสนุนลูกค้าทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วด้วยโซลูชัน Cocoon LiDAR ที่มีความต้องการสูง  ลูกค้าของเราต้องการคุณภาพสูงสุด และด้วยการมี Clarion Malaysia เป็นพันธมิตรของเรา เรามั่นใจว่าเราจะทำได้เกินความคาดหวังของลูกค้า” Mr. Boulanger กล่าวสรุป

“Clarion Malaysia ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ LeddarTech ในการผลิต Leddar Pixell ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี LiDAR LeddarTech มีความโดดเด่นในอุตสาหกรรมด้วยแพลตฟอร์ม LiDAR สำหรับยานยนต์และการเคลื่อนที่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโซลูชันสถาปัตยกรรมแบบเปิด LCA2 และ LCA3 LeddarEngine ที่มีความสำคัญสำหรับการพัฒนาโซลูชัน LiDAR แบบโซลิดสเตตที่ประหยัดต้นทุนและปรับขนาดได้สำหรับอุตสาหกรรมการเคลื่อนที่และยานยนต์” Mr. TK Tan กรรมการผู้จัดการของ Clarion Malaysia กล่าว “เรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์และมาตรฐานระดับสูงที่ได้รับการคาดหวังในการผลิต และเราได้มองไปถึงการร่วมมือกับ LeddarTech ในการนำ Pixell เข้าสู่ตลาดด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตยานยนต์ระดับโลกของเรา” Mr. T.K. Tan กล่าวสรุป

เกี่ยวกับ Clarion Malaysia
Clarion Malaysia ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 เป็นผู้เล่นคนสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยประสบการณ์ 50 ปี Clarion Malaysia ไม่เพียงให้บริการชุดอินโฟเทนเมนต์สำหรับยานยนต์เท่านั้น แต่ยังให้บริการค้นหาตำแหน่งและระบบเทเลเมติกส์ให้กับลูกค้าที่หลากหลายทั่วโลกด้วย Clarion Malaysia เป็นสมาชิกของ Faurecia Clarion Electronics ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจของ Faurecia สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ Clarion Malaysia โปรดไปที่ www.clarion.com.my

เกี่ยวกับ LeddarTech®
LeddarTech เป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมในการมอบแพลตฟอร์มการพัฒนา LiDAR สำหรับยานยนต์ที่มีความอเนกประสงค์และขยายขนาดได้มากที่สุดโดยใช้ LeddarEngine™ ซึ่งประกอบด้วยชุดของระดับยานยนต์และ SoC ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยด้านการทำงาน ซึ่งทำงานควบคู่กับซอฟต์แวร์การประมวลผลสัญญาณที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ LeddarSPTM บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในแอปพลิเคชันตรวจจับระยะไกลที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรมากกว่า 70 รายการ (จดสิทธิบัตรแล้วหรือรอดำเนินการ) ที่ช่วยเสริมขีดความสามารถ ADAS และการขับขี่แบบอัตโนมัติ

LeddarTech ยังให้บริการตลาดสำหรับยานยนต์ด้วยโซลูชันโมดูล LiDAR โซลิดสเตตประสิทธิภาพสูงสำหรับรถรับส่งขับขี่อัตโนมัติ รถบรรทุก รถโดยสารประจำทาง รถส่งสินค้า และแท็กซี่ไร้คนขับ โมดูลเหล่านี้ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับตลาดสำหรับยานยนต์ และยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของแพลตฟอร์มอัตโนมัติและยานยนต์ของ LeddarTech เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับซัพพลายเออร์ LiDAR อื่นๆ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LeddarTech ได้ที่ www.LeddarTech.com และบน LinkedInTwitterFacebook และ YouTube

ติดต่อ: Daniel Aitken รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ LeddarTech
โทร: +1-418-653-9000 ext. 232 Daniel.Aitken@Leddartech.com

Leddar, LeddarTech, LeddarEngine, LeddarSP, LeddarCore และ โลโก้ LeddarTech เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ LeddarTech Inc. แบรนด์ ชื่อผลิตภัณฑ์ และเครื่องหมายต่างๆ ทั้งหมดเป็นหรืออาจเป็นเครื่องหมายการค้าที่ใช้เพื่อระบุถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

Pulse Secure Responds to Growing Demand for Integrated Platforms with New Pulse Access Suite Plus

Access Suite Plus offers simplified, modular Secure Access for hybrid IT with Zero Trust control

SINGAPORE, May 13, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — Pulse Secure, the leading provider of software-defined Secure Access solutions, today announced its new suite of secure access solutions for hybrid IT that provides organizations a simplified, modular and integrated approach to modernize access productivity, management and Zero Trust control. Pulse Access Suite Plus helps businesses of all sizes and industries consolidate disparate security access tools to gain seamless, secure access to applications and resources from any location, network and device.

Converging cybersecurity technology stacks
According to Enterprise Strategy Group, 36% of enterprises are actively integrating disparate security analytics and operations tools to form a more cohesive security software architecture. CISOs are seeking scalable, intelligent, and automated solutions that can greatly improve security efficacy, operational efficiency, and business enablement. At the same time, more than half of organizations consider seamless compatibility with their on-premises infrastructure as the most important consideration within their hybrid IT strategy. As such, architectures and integrated platforms will continue to supersede best-of-breed point tools in 2020 to align with the changing security needs of hybrid IT, mobile workers, and IoT device growth.*

“Many organizations have begun to adopt a platform-based approach to cybersecurity by consolidating multiple point tools in order to increase efficiency, agility and effectiveness. Especially considering today’s environment, the ability to easily leverage existing investments to facilitate this strategy has become even more important,” said John Grady, network security analyst at Enterprise Strategy Group. “Pulse Access Suite’s modularity, integration and capabilities offers organizations a compelling value proposition for hybrid IT security.”

“Pulse Secure allowed us to standardize on a more integrated platform that would optimize our resources and investments, and better aligned our secure access vision,” said Hiren Patel at Plymouth Rock Assurance. “With Pulse Suite, it was extremely easy to roll out new SaaS application access and broaden our BYOD support. Beyond ensuring our remote user’s productivity, it saved our IT staff considerable time. Overall, we’ve been able to better respond to business needs with broader access oversight.”

Pulse Access Suite Plus
Pulse Access Suite is a secure access solution set that provides adaptive identity and device authentication, protected connectivity, extensive visibility and analytics, and threat response across mobile, network and multi-cloud environments. By consolidating disparate security access tools into an integrated platform, enterprises gain easy access for users and a single-pane-of-glass to streamline provisioning, management and scalability. Organizations can centrally orchestrate Zero Trust policy to ensure compliant access to applications, resources and services across distributed network, private cloud and public cloud environments.

“Now more than ever, companies must enable Secure Access solutions that enable them to digitally transform their organizations while providing their users simple, secure, and consistent access to their applications and infrastructure regardless of where they are deployed and independent of device and location,” said Sudhakar Ramakrishna, CEO of Pulse Secure. “With our new Pulse Access Suite Plus, organizations gain more flexibility and capabilities to empower workforce mobility, and quickly scale secure access functions to optimize resources, support new business requirements, incorporate acquisitions, ensure business continuity and meet data protection requirements.”

The Suite brings together a comprehensive secure access portfolio comprised of:

  • Secure remote and cloud access with Zero Trust policy enforcement
  • Multi-factor authentication (MFA) and single sign-on (SSO)
  • Device compliance and mobile device management (MDM)
  • Endpoint and IoT device profiler, and network access control (NAC)
  • User and Entity Behavior Analytics (UEBA) and anomaly detection
  • Application delivery controller (ADC) and Web Application Firewall (WAF)
  • Optimal Gateway Selection (OGS)
  • High availability and business continuity options
  • Pulse One centralized management

The Pulse Access Suite Plus also adds numerous new functions into this integrated offering, including:  advanced User and Entity Behavior Analytics (UEBA), service level and high availability assurance through virtual Application Delivery Controller, and on-demand emergency capacity coverage.

“The Pulse Secure Access Suite, since its launch in 2017, has experienced widespread adoption by our customers representing more than 50% of our new business. The Pulse Access Suite Plus represents an acceleration of this critical initiative to deliver the capabilities and interoperability enterprises and service providers need to remain agile and experience superior productivity, visibility and compliance.” added Sudhakar.

“Our customers always consider usability and functionality when it comes to secure access. The Pulse Access Suite Plus addresses of our customers’ requirements for hybrid IT and packs a lot of value,” said Mr. Orlando Tan, SVP at NERA Telecommunications Ltd. “Pulse Secure has consistently enhanced their technology with a modular and open platform approach. As a strategic partner, we have found them to be highly responsive to our needs and those of our customers.”

Access Suite work with an enterprise’s existing network, cloud and security infrastructure and supports physical, virtual and cloud deployment. The solution supports a broad array of applications; legacy, Cloud and SaaS. With Pulse Access Suite, enterprises realize lower total cost of ownership while attaining procurement, deployment, expansion and support advantages.

Availability
Pulse Access Suite Plus comes in essential, advanced and enterprise editions – each edition extends secure access functionality to support hybrid IT access and Zero Trust control. Access Suite are available within annual subscription, licensed by concurrent or named user, with prices starting from $80.00 to $155.00 USD per user per year. Pulse Secure Appliances, sold separately, are available in physical, virtual and cloud configurations. Pulse Access Suite are sold through a global network of authorized partners and managed service providers.

For more information on Pulse Secure Access Suites and its comparable Zero Trust capabilities, visit
https://www.pulsesecure.net/top-reasons/.

TWEET THIS: Pulse Secure introduces new Access Suite Plus editions providing simplified, modular and integrated Secure Access for hybrid IT with Zero Trust control #PulseSecure #SecureAccess #ZeroTrust #Security

About Pulse Secure

Pulse Secure provides easy, comprehensive software-driven Secure Access solutions for people, devices, things and services that improve visibility, protection and productivity for our customers. Our suites uniquely integrate cloud, mobile, application and network access to enable hybrid IT in a Zero Trust world. Over 24,000 enterprises and service providers across every vertical entrust Pulse Secure to empower their mobile workforce to securely access applications and information in the data center and cloud while ensuring business compliance. Learn more at www.pulsesecure.net

Follow @PulseSecure on Twitter or visit us on LinkedIn and Facebook.

*Source: ESG Research Reports, The Rise of Cloud-based Security Analytics and Operations Technologies, December 2019 and Hybrid Cloud Trends: Strategies for Optimizing and Managing On-premises and Public Cloud Infrastructure, December 2019.

Media Contact:

Tony Tan
Autonomy for Pulse Secure
tony@autonomy.marketing 
+65 6570 9139

Philips receives FDA clearance for the use of its ultrasound portfolio to manage COVID-19-related lung and cardiac complications

May 13, 2020

Philips’ ultrasound portfolio, including Lumify with Reacts handheld tele-ultrasound solution, provides valuable diagnostic insight for front-line care providers  

Amsterdam, the Netherlands – Royal Philips (NYSE: PHG, AEX: PHIA), a global leader in health technology, today announced that it has received 510(k) clearance from the U.S. Food and Drug Administration (FDA) to market a wide range of its ultrasound solutions for the management of COVID-19-related lung and cardiac complications. Handheld and portable ultrasound solutions in particular have become valuable tools for clinicians treating COVID-19 patients due to their imaging capabilities, portability and ease of disinfection. As a result of this regulatory clearance, which is an industry first, Philips can provide detailed, practical guidance to support clinicians using its systems and software for patients affected by COVID-19. The clearance applies to Philips ultrasound systems including the EPIQ series, Affiniti series, Lumify, CX50 and Sparq diagnostic ultrasound systems, and to off-cart solutions like QLAB Advanced Quantification Software.

Ultrasound has shown value in imaging peripheral lung tissue affected by pneumonia, which  is closely tied to COVID-19 lung complications. As respiratory strain can also lead to cardiac dysfunction, COVID-19 patients are at increased risk for cardiac complications. A cardiac ultrasound exam can help in evaluating the effects that disease progression may have on heart function. By imaging COVID-19 patients at the point of care, such as in the Emergency Department (ED) or Intensive Care Unit (ICU), clinicians can diagnose and monitor patients without the need to move them around the hospital, helping to reduce the risk of virus transmission to other patients or to healthcare professionals.

“Many healthcare providers have told us that our handheld and portable ultrasound solutions are playing a valuable role in their efforts to combat COVID-19,” said Bich Le, Senior Vice President and General Manager Ultrasound at Philips. “With this regulatory clearance we can offer clear guidance to ensure safe and effective use of ultrasound to manage COVID-19-related lung and cardiac complications. At the same time, we are investing significantly to ramp up production globally, including at our ultrasound manufacturing plants in the US.”

With its broad portfolio, leadership in areas including cardiac ultrasound and the unique capabilities of the Lumify with Reacts handheld tele-ultrasound solution, Philips is well positioned to support healthcare providers with ultrasound solutions as they combat the pandemic. The Lumify with Reacts point-of-care ultrasound solution, which works in conjunction with a compatible smartphone or tablet, is the world’s first ultra-portable ultrasound device with advanced telehealth capabilities. The Reacts communications platform enables two-way audio-visual calls with live ultrasound streaming, so both parties can simultaneously view the live ultrasound image and probe positioning, while discussing and interacting at the same time. In the context of COVID-19, this solution can help minimize the risk of virus transmission for the medical team.

The new guidance highlights the specific presets, transducers, quantification tools and other capabilities available on Philips’ ultrasound systems that are relevant in assessing and managing COVID-19-related lung and cardiac complications. For example, the EPIQ CVx premium cardiology ultrasound system includes automated applications for 2D assessment of the heart, as well as robust 3D right ventricle volume and ejection fraction measurements.

The regulatory clearance includes the following Philips ultrasound systems: EPIQ series, Affiniti series, Lumify, CX50, and Sparq diagnostic ultrasound systems and off-cart solutions like QLAB Advanced Quantification Software. More information on how Philips is responding to COVID-19 can be found on the company’s global newscenter.

For further information, please contact:

Mark Groves
Philips Global Press Office
Tel: +31 631 639 916
Email: mark.groves@philips.com
Twitter: mark_groves

About Royal Philips

Royal Philips (NYSE: PHG, AEX: PHIA) is a leading health technology company focused on improving people’s health and enabling better outcomes across the health continuum from healthy living and prevention, to diagnosis, treatment and home care. Philips leverages advanced technology and deep clinical and consumer insights to deliver integrated solutions. Headquartered in the Netherlands, the company is a leader in diagnostic imaging, image-guided therapy, patient monitoring and health informatics, as well as in consumer health and home care. Philips generated 2019 sales of EUR 19.5 billion and employs approximately 81,000 employees with sales and services in more than 100 countries. News about Philips can be found at www.philips.com/newscenter.

Attachments

Dong Nai to widen HCM City-Long Thanh-DauGiay Expressway

The People’s Committee of the southern province of Dong Nai has petitioned Prime Minister Nguyen XuanPhuc to approve the widening of the Ho Chi Minh-Long Thanh-DauGiay Expressway to 10-12 lanes from four lanes.

 

Traffic congestion occurs regularly on a section of Highway No. 51 between HCM City and the province during peak hours and holidays, as well as the HCM City-Long Thanh-DauGiay Expressway.

 

The additional lanes would ease congestion when Long Thanh International Airport is put into use.

 

Five years ago, the 55km-long HCM City-Long Thanh-DauGiay Expressway opened, shortening travel time between HCM City and southeastern provinces to 20 minutes instead of 60 minutes.

 

It takes only slightly more than one hour to travel from the city to Ba Ria-Vung Tau province on the expressway.

 

However, drivers have been complaining about the slow speed on the road due to the high traffic density.

 

The expressway’s management board has frequently had to warn people to look for other routes.

 

According to the Vietnam Expressway Services Engineering Joint Stock Company, which manages the HCM City-Long Thanh-DauGiay Expressway, between 40,000 and 43,000 vehicles operate on it on weekends and 60,000 on holidays.

 

The sites that often have traffic congestion are Long Phuoc and DauGiay stations, branch D-Highway No. 50, inner roads connecting with Highway 51, and Mai Chi Tho and Vo Chi Cong streets.

 

According to the Vietnam Expressway Corporation, 10 million vehicles used the expressway in 2015, which has increased to 16.5 million now.

 

Bui Van Quan, chairman of the HCM City Goods Transport Association, said that the travel time had increased transport costs for enterprises and delayed deliveries.

 

Tu Nam Thanh, head of Dong Nai province’s Department of Transport, said that after the province asked the Ministry of Transport to widen the expressway to 10-12 lanes, the ministry instructed relevant agencies to suggest investment methods for the project.

 

Source: Vietnam News Agency

Embassy in Switzerland ensures citizen protection

The Vietnamese Embassy in Switzerland has taken drastic measures to assist the Vietnamese community and ensure citizen protection, as the outbreak of the disease has affected Vietnamese people in the country.

 

Vietnamese Ambassador Le LinhLan said that there are 340 students and around 300 postgraduates learning in universities and colleges across Switzerland. Meanwhile, the overseas Vietnamese community living and working in the country number about 10,000 people.

 

The embassy quickly built response scenarios after the disease broke out, along with citizen protection measures, focusing on updating the Vietnamese community on the disease situation, the host country’s prevention recommendations and the Vietnamese Government’s related policies and plans, Lan stated.

 

She advised Vietnamese citizens, especially students, to stay calm and strictly follow Switzerland’s disease prevention measures and recommendations.

 

The Vietnamese community in Switzerland, in turn, has stayed united and join hands in the battles against the pandemic of both Vietnam and Switzerland.

 

Meanwhile, Marcel Winder, Honorary President of the Czech Republic-Vietnam Friendship Association, recently thanked the Vietnamese community in the Czech Republic for their contributions in the fight against the COVID-19 pandemic.

 

Since the first case was reported in the country on March 1, Vietnamese people have launched a campaign to sew face masks and raise funds to support local people, hospitals and authorised offices.

 

For example, the Vietnamese community in Cheb has donated 700,000 Koruna (27,680 USD) to the city’s hospital and fire fighting force, while the community in Ustínad Labem has presented 300,000 Koruna to Masaryk Hospital to buy ventilators.

 

Source: Vietnam News Agency

Viglacera presents 100 tonnes of rice to Cuban medical staff

Cuban Ambassador to Vietnam Lianys Torres Rivera has received 100 tonnes of rice from Deputy General Director of the Viglacera Corporation Tran Ngoc Anh.

 

The rice is a gift from Viglacera’sVimariel S.A company based at the Mariel special economic zone in Cuba for frontline medical staff fighting COVID-19 in the country.

 

Speaking at the presentation ceremony, Anh said the gift reflects the solidarity with and appreciation of Cuba’s medical workers in the fight.

 

Ambassador Torres, for her part, said Vietnam always joins together with the Cuban people at difficult moments, and the Cuban people were also delighted with the gift of 5,000 tonnes rice presented recently by the Vietnamese Party, State, and people.

 

She expressed her belief that with international solidarity and ceaseless efforts by the two countries’ political systems and authorities, Vietnam and Cuba will defeat the pandemic and move forward.

 

Source: Vietnam News Agency

 

HCM City friendship organisations supporting schools in combatting COVID-19

The Ho Chi Minh City Union of Friendship Organisations (HUFO) has partnered with foreign non-government organisations and businesses to donate medical supplies to certain schools across the city to prevent the spread of COVID-19, according to HUFO Vice President Tran Hoang Khanh Van.

 

The union presented 5,000 face masks, 400 bottles of hand sanitiser, and 100 litres of antiseptic solution to BinhKhanh Primary School in Can Gio district on May 13.

 

It earlier worked with the Vietnam-India Friendship Association of HCM City and the Association of Indian Businesses in Vietnam to present 5,000 face masks and 500 bottles of hand sanitiser to Cao Bat Quat Primary School in PhuNhuan district.

 

HUFO has also presented medical supplies and essential goods to health facilities and people affected by COVID-19 as well as to certain Consulates General in the city.

 

Most recently, at the Japan Consulate General, HUFO President VuongDuc Hoang Quan presented 7,100 face masks, 100 sets of medical protective gear, and 100 litres of antiseptic solution to schools teaching Japanese children in the city.

 

Source: Vietnam News Agency